Thermage คืออะไร รวบรวมข้อควรรู้ก่อนทำ Thermage

หากคุณกำลังประสบปัญหาผิวหนังหย่อนคล้อย ขาดความกระชับ มีไขมันสะสมในชั้นผิวมาก ทั้งปัญหาเหนียงคล้อย แก้มเยอะ หรือปัญหาเซลลูไลท์ (Cellulite) ที่ทำให้ผิวดูเป็นคลื่นจนทำให้สูญเสียความมั่นใจ แต่ไม่อยากเข้ารับการรักษาที่ต้องผ่าตัดหรือต้องเสียเวลาพักฟื้น เทอมาร์จ (Thermage) นวัตกรรมแห่งการยกกระชับผิว ปรับรูปหน้าให้เรียวสวย ช่วยสลายไขมันส่วนเกิน คือคำตอบที่ใช่สำหรับคุณอย่างแน่นอนค่ะ

Thermage คืออะไร เทอร์มาจ ดีจริงไหม ราคาเท่าไหร่ Thermage ทำที่ไหนดี Linna Clinic มีข้อมูลน่าสนใจเกี่ยวกับการทำเทอร์มาจมาให้ทุกคนใช้เพื่อประกอบการตัดสินใจกันแล้วค่า

1.Thermage คืออะไร ช่วยเรื่องอะไร อยู่ได้นานแค่ไหน

เทอร์มาจ (Thermage) เป็นเทคโนโลยียกกระชับผิว ด้วยการใช้คลื่นวิทยุความถี่สูง ชนิดขั้วเดียว (Monopolar RF) ยิงเข้าไปในชั้นผิวได้ลึกถึง 3 ชั้น (ชั้นหนังกำพร้า ชั้นหนังแท้และชั้นไขมันใต้ผิว) ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน (Collagen) ใหม่ พร้อมช่วยสลายไขมันส่วนเกินในชั้นผิวออกไป ทำให้ผิวแน่นและตึงกระชับมากยิ่งขึ้น ช่วยลดเลือนริ้วรอย พร้อมปรับผิวให้ดูอ่อนเยาว์มากยิ่งขึ้น

เทคโนโลยีเทอร์มาจเป็นเทคโนโลยียกกระชับผิวที่มีความปลอดภัยสูง ผ่านการรับรองมาตรฐานจากองค์กรอาหารและยา ประเทศสหรัฐอเมริกา (US-FDA) และได้รับการรับรองจาก อย. ของประเทศไทยด้วยเช่นเดียวกันค่ะ

2.หลักการทำงานของ Thermage

เครื่อง Thermage จะปล่อยคลื่นวิทยุความถี่สูงชนิดขั้วเดียว (Monopolar RF) เข้าสู่ชั้นผิว โดยลักษณะของพลังงานที่ยิงออกมาจะเป็นก้อนใหญ่ มีอุณหภูมิประมาณ 40-50 องศาเซลเซียส ลงลึกได้ถึงชั้นหนังแท้และชั้นไขมันใต้ผิวหนัง เมื่อเนื้อเยื่อในชั้นผิวได้รับความร้อนสะสม จะทำให้เส้นใยคอลลาเจนและอีลาสตินที่หย่อนคล้อยอยู่ เกิดการหดตัวเข้าหากันและเรียงตัวใหม่ ผิวจึงดูกระชับ เรียบเนียนขึ้นทันทีหลังการรักษาและจะกระตุ้นร่างกายให้เข้าสู่กระบวนการสร้างคอลลาเจนใหม่อย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะรู้สึกได้อย่างชัดเจนเลยค่ะว่าผิวยกกระชับขึ้น ริ้วรอยลดเลือนหายไป ผิวเรียบเนียนเต่งตึง สภาพผิวแข็งแรงกว่าเก่าหลังจากการทำ Thermage ได้ 3-6 เดือน

นอกจากนี้คลื่นพลังงานความร้อนที่ส่งไปยังชั้นไขมันใต้ผิว ยังทำให้ไขมันส่วนเกินบางส่วนเกิดการสลายตัว การทำ Thermage จึงสามารถลดไขมันส่วนเกินไปพร้อมๆกับการยกกระชับผิวหน้าได้ค่ะ

3.Thermage ทำตรงไหนได้บ้าง

Thermage สามารถเลือกทำได้หลายจุด ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความต้องการของคนไข้เลยค่ะ โดยสามารถทำได้ทั่วทั้งใบหน้า รอบดวงตา ใต้คาง ลำคอ ต้นแขน หน้าท้อง หรือต้นขา เพื่อช่วยยกกระชับให้ผิวเต่งตึงขึ้นและช่วยลดปัญหาเซลลูไลท์ (Cellulite) โดยตำแหน่งที่คนไข้ส่วนใหญ่นิยมทำ Thermage ได้แก่

  • ยกกรอบหน้าให้กระชับ ปรับรูปหน้าให้เป็น V Shape
  • บริเวณรอบดวงตา เพื่อลดถุงใต้ตา แก้ปัญหาคิ้วตก หนังตาตก รอยตีนกาและรอยพับบริเวณเปลือกตา
  • ลดปริมาณไขมันสะสมที่แก้ม เหนียง คางและลำคอ
  • ลดขนาดรอบแขน รอบเอว รอบขา หรือสะโพก ให้ผิวบริเวณดังกล่าวกระชับได้สัดส่วนกว่าเก่า ลดปัญหาผิวไม่เรียบและหย่อนคล้อย

4.Thermage แต่ละบริเวณใช้ประมาณกี่ช็อต

จำนวนช็อตที่ใช้ในการรักษาขึ้นอยู่กับบริเวณที่ทำการรักษาและสภาพปัญหาผิวของแต่ละคน โดยแพทย์ผู้ทำการรักษาจะเป็นผู้กำหนดจำนวนช็อตที่ต้องใช้ในการรักษาค่ะ

  • Thermage 400 shots เหมาะกับผู้ที่เริ่มมีปัญหาผิวหย่อนคล้อยและไขมันสะสมในระดับเริ่มต้น หรือผู้ที่มีปัญหาเฉพาะจุด ปรับกรอบหน้าให้ชัดเจนมีความ V Shape ยกกระชับผิวให้เต่งตึงทั้งบริเวณรอบดวงตา แก้ม เหนียง และคาง
  • Thermage 600 Shots เหมาะกับผู้ที่มีความหย่อนคล้อยของใบหน้าระดับกลาง มองเห็นร่องและริ้วรอยได้ชัดกว่าเก่า ทั้งบริเวณรอบตา ร่องแก้ม เหนียง หากหน้าไม่ใหญ่มากสามารถทำได้ทั่วหน้า หรือหากมีปัญหาผิวค่อนข้างมาก แนะนำให้เลือกทำเฉพาะจุดค่ะ
  • Thermage 1,200 Shots เหมาะกับกลุ่ม 35+ ที่มีปัญหาผิวหย่อนคล้อยและมีริ้วรอยร่องลึกที่มองเห็น ได้อย่างชัดเจน ทั้งบริเวณหน้าผาก รอบดวงตา ร่องแก้ม เหนียง และบริเวณลําคอ เป็นจำนวนช็อตที่ทำได้ทั่วทั้งใบหน้า เหนียงและคอ เพื่อยกกระชับผิว สลายไขมัน ลดรอยย่นบริเวณหน้าผากและร่องแก้มให้ดูตื้นขึ้นด้วยการกระตุ้นคอลลาเจนในชั้นผิว ให้ผิวแข็งแรง รูขุมขนกระชับขึ้น สดใสมากกว่าที่เคย

5.ข้อดีของการทำ Thermage

  • ช่วยปรับรูปหน้าให้กระชับ เรียวสวย มีความ V Shape
  • ช่วยสลายไขมันส่วนเกิน ลดแก้ม ลดเหนียง ลดปัญหาเซลลูไลท์
  • ช่วยปรับให้ผิวเต่งตึงและอ่อนวัยมากยิ่งขึ้น เพราะการทำ Thermage ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ในระยะยาว
  • ทำได้หลายจุดทั้งใบหน้า กรอบหน้า ลำคอและลำตัว
  • เห็นผลลัพธ์เรื่องผิวตึงกระชับ ผิวเรียบเนียนขึ้นทันทีหลังการทำหัตถการและจะยิ่งเห็นผลได้อย่างชัดเจนว่าผิวเรียบเนียน เต่งตึงและดูอ่อนเยาว์มากยิ่งขึ้น เมื่อผ่านไป 3 – 6 เดือน
  • เป็นหัตถการยกกระชับผิวหน้าที่ทำได้ง่าย เหมาะกับผู้ที่ไม่อยากผ่าตัดหรือกลัวเข็ม ไม่ต้องเสียเวลาพักฟื้น
  • ผลลัพธ์หลังการทำอยู่ได้นาน 1-2 ปี ทำซ้ำเพียง 1 ครั้ง/ปี *ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสภาพผิวและการดูแลผิวหลังการทำหัตถการของคนไข้

6.Thermage อันตรายไหม มีผลข้างเคียงหรือเปล่า

Thermage เป็นเทคโนโลยียกกระชับผิวที่ไม่อันตรายและมีความปลอดภัยสูงค่ะ โดยเทคโนโลยีนี้เป็นเทคโนโลยีที่ผ่านการรับรองมาตรฐานจากองค์กรอาหารและยา ประเทศสหรัฐอเมริกา (US-FDA) และได้รับการรับรองจาก อย. ของประเทศไทย จึงมั่นใจได้ว่าปลอดภัยแน่นอนค่ะ แต่ทั้งนี้ควรเลือกทำหัตถการกับคลินิกที่มีความน่าเชื่อถือ ใช้เครื่องมือที่มีมาตรฐานและดำเนินหัตถการโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น

ส่วนผลข้างเคียงหลังการทำ Thermage มีเพียงเล็กน้อยค่ะ ในบางรายอาจมีการผิวบวมแดง หรืออาจเจ็บระบมใต้ผิว โดยอาการเหล่านี้จะหายได้เองในช่วง 2–3 วันหลังการทำ Thermage ค่ะ

7.Thermage ราคาถูก-แพง แตกต่างกันอย่างไร

ปัจจัยที่ส่งผลให้ราคาการทำ Thermage ของแต่ละคลินิกมีความแตกต่างกันออกไปนั้นขึ้นอยู่กับหลายๆปัจจัยค่ะ เช่น

  • เครื่อง Thermage ที่แต่ละคลินิกเลือกใช้ โดยรุ่นที่ได้รับความนิยมในปัจจุบันได้แก่ Thermage FLX และ Thermage CPT ค่ะ หากไปเจอยี่ห้อที่ไม่ค่อยเห็นในตลาด ไม่เป็นที่รู้จัก แถมยังมีราคาถูก ให้สันนิษฐานไว้ก่อนเลยค่ะว่าอาจเป็นเครื่องปลอม
  • การทำ Thermage จะต้องทำการประเมินจำนวนช็อตที่ใช้และดำเนินหัตถการด้วยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเท่านั้นค่ะ เพราะในระหว่างการรักษาแพทย์จะต้องคำนวณและปรับค่าพลังงานความร้อนให้เหมาะสมอยู่เสมอค่ะ หากคลินิกไหนที่มีราคาถูกอาจเป็นเพราะไม่ได้ใช้แพทย์ผู้เชี่ยวชาญในการดำเนินหัตถการ ซึ่งอาจเกิดอันตรายกับผิวของเราได้หากคำนวณค่าพลังงานไม่ดี อาจทำให้ผิวเกิดไหม เกิดรอยดำ หรือหากยิงพลาดไปโดนเส้นประสาทก็อาจทำให้ปากเบี้ยวหรือหนังตาตกได้ค่ะ
  • ราคาโปรโมชั่นพิเศษ ณ ช่วงเวลานั้นๆที่แต่ละคลินิกอาจมีการลดราคาแตกต่างกันได้ค่ะ ทั้งนี้ราคาการทำ Thermage ของแต่ละคลินิกก็จะแตกต่างกันไม่มาก โดยส่วนใหญ่มักมีราคาเริ่มต้นที่ 30,000 บาทค่ะ

8.Thermage เหมาะกับใคร และใครบ้างที่ควรหลีกเลี่ยงการทำ Thermage

Thermage เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาผิวหย่อนคล้อย ไม่กระชับ มีไขมันสะสมใต้ชั้นผิวเยอะ มีแก้มมาก ดูหน้าอูมๆ ร่องแก้มลึก มีเหนียงใต้คางหรือมีรอยย่นที่คอ คอเป็นชั้นๆ ก็จะเหมาะกับการทำ Thermage ค่ะ นอกจากนี้ยังรวมถึงผู้ที่มีปัญหาผิวต่างๆ เช่น

  • ผู้ที่ต้องการยกกระชับผิวให้เต่งตึง เรียบเนียน ปรับรูปหน้าให้เรียวสวยโดยไม่ต้องผ่าตัด
  • ผู้ที่ต้องการลดริ้วรอยรอบดวงตา มีปัญหาคิ้วและหนังตาตก ต้องการยกคิ้วหรือยกหางตาให้เรียวขึ้น กระชับหนังตาบน
  • ผู้ที่มีปัญหาเซลลูไลท์บริเวณต้นแขน ต้นขาและสะโพก
  • ผู้ที่มีผิวคล้ำไม่สดใสและต้องการปรับผิวหน้าให้ดูเรียบเนียน ดูสุขภาพดีและเพิ่มความอ่อนเยาว์ให้กับผิว เพราะการทำ Thermage สามารถกระตุ้นคอลลาเจนในชั้นผิวได้ในระยะยาวค่ะ
  • และที่สำคัญ Thermage เหมาะมากสำหรับผู้ที่ไม่ค่อยมีเวลาเข้าคลินิกเป็นประจำค่ะ เพราะผลลัพธ์หลังการทำ Thermage 1 ครั้ง สามารถอยู่ได้นาน 1-2 ปีค่ะ

สำหรับผู้ที่ควรหลีกเลี่ยงการทำ Thermage ไปก่อน ได้แก่

  • กลุ่มคุณแม่ที่กำลังตั้งครรภ์หรืออยู่ในระหว่างให้นมบุตร
  • ผู้ที่เพิ่งทำหัตถการความงามอื่นๆมาภายใน 1 เดือนก่อนการทำ Thermage เช่น เลเซอร์รักษาฝ้า กระ หรือเลเซอร์กำจัดขน ผู้ที่ฉีดโบท็อกซ์และฟิลเลอร์ ควรแจ้งให้แพทย์ผู้ทำการรักษาทราบก่อนทุกครั้งค่ะ
  • ผู้ที่มีโรคประจำตัวบางชนิด เช่น ผู้ป่วยโรคหัวใจหรือผู้ที่ใส่เครื่องกระตุ้นหัวใจ ผู้ที่มีโรคเกี่ยวกับระบบไหลเวียนของเลือด โรคเบาหวาน หรือโรคลมชัก
  • ผู้ที่มีอาการผิวหนังอักเสบ มีแผลสดหรือแผลติดเชื้อ ควรปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินอาการก่อนการรักษาทุกครั้งค่ะ

9.ทำ Thermage ที่ LINNA ดีอย่างไร

ที่ Linna Clinic เราให้ความสำคัญกับคุณภาพและมาตรฐานของการรักษาและเครื่องมือที่ใช้ จึงมั่นใจได้เลยค่ะว่าการทำ Thermage ที่ Linna Clinic จะช่วยให้ผิวยกกระชับ ปรับรูปหน้าให้เรียวสวยได้อย่างเห็นผลและปลอดภัยอย่างแน่นอน

  • เครื่อง Thermage® Treatment (Skin Tightening) ที่ Linna Clinic เลือกใช้ ถูกออกแบบมาให้เจ็บน้อย ผ่านการรับรองมาตรฐานจากองค์กรอาหารและยา ประเทศสหรัฐอเมริกา (US-FDA)
  • เครื่องแท้ หัวแท้ 100% มีเอกสารรับรอง ตรวจสอบได้
  • ออกแบบวางแผนการรักษาและดำเนินหัตถการด้วยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญทุกเคส

10.ดูอย่างไรว่าเป็นเครื่อง Thermage แท้หรือเครื่องปลอม

เพราะเครื่อง Thermage มีราคาค่อนข้างสูงค่ะ จึงอาจมีคลินิกที่ไม่มีมาตรฐานแอบอ้างเอาเครื่อง Thermage ปลอมมาใช้ในการรักษา หรือในบางครั้งใช้เครื่อง Thermage แท้ แต่ใช้หัวยิงปลอมก็มีเช่นเดียวกันค่ะ โดยวิธีการตรวจสอบเครื่อง Thermage ว่าเป็นเครื่องแท้หรือปลอม อาจตรวจสอบได้ดังนี้ค่ะ

  • เครื่อง Thermage แท้จะต้องมีสัญลักษณ์ Thermage ติดอยู่บนเครื่องและที่สำคัญทางคลินิกจะต้องมีใบรับรองมาตรฐานที่ระบุชื่อคลินิกด้วยค่ะ
  • ราคาของการทำ Thermage หากราคาถูกมากๆ ให้สันนิษฐานได้เลยค่ะว่าเครื่องที่ใช้อาจเป็นของปลอม โดยปกติราคาพื้นฐานของการทำ Thermageจะเริ่มต้นที่ประมาณ 30,000 – 35,000 บาทค่ะ หากเผลอไปเข้ารับการรักษากับคลินิกที่ใช้เครื่องปลอม ก็อาจเสี่ยงที่จะเกิดอันตรายได้ ทั้งผิวหน้าไหม้ เกิดรอยดำจากการปล่อยคลื่นพลังงานที่ไม่เสถียร หรือหากปล่อยพลังงานโดนเส้นประสาทก็อาจทำให้ปากเบี้ยว หนังตาตกชั่วคราว หรืออาจทำให้ใบหน้าผิดรูปได้เลยล่ะค่ะ
  • ต้องบอกจำนวน Shots ที่ใช้ได้อย่างชัดเจน ทั้งนี้จำนวน Shots ที่ต้องใช้นั้นขึ้นอยู่กับการประเมินของแพทย์ผู้รักษา โดยทางคลินิกจะต้องให้คำตอบได้อย่างชัดเจนค่ะว่าในแต่ละส่วนที่ต้องรักษานั้น ต้องใช้จำนวน Shots มากน้อยแค่ไหน
  • เลือกทำหัตถการกับคลินิกที่มีความน่าเชื่อถือ มีมาตรฐาน ใช้เครื่องมือแท้ ดำเนินหัตถการโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ รวมถึงควรตรวจสอบข้อมูลและดูรีวิวให้ละเอียดก่อนตัดสินใจเข้ารับการรักษา ก็จะช่วยลดความเสี่ยงที่จะโดนเครื่อง Thermage ปลอมไปได้ค่ะ

11. รีวิว Thermage

ภาพรีวิวก่อน-หลังการทำ Thermage ของ Linna Clinic

การทำ Thermage เป็นเทคโนโลยียกกระชับผิว พร้อมไปกับการสลายไขมันส่วนเกิน ช่วยยกผิวให้กระชับ ปรับกรอบหน้าให้เรียวสวย ริ้วรอยดูลดลง ผิวดูอ่อนเยาว์มากยิ่งขึ้น เห็นผลลัพธ์ได้ทันทีหลังการทำ คงผลลัพธ์ได้ยาวนาน 1-2 ปี โดยไม่ต้องผ่าตัด ไม่ต้องเสียเวลาพักฟื้น ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ในยุคปัจจุบันได้เป็นอย่างดีเลยค่ะ หากท่านไหนกำลังสนใจและต้องการข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการทำ Thermage สามารถเข้ามาปรึกษาแพทย์ที่ Linna Clinic หรือแอดไลน์เพื่อสอบถามข้อมูลพร้อมรับราคาโปรโมชั่นดีๆจาก Linna Clinic ได้เลยค่ะ

Related Articles

วิธีใช้เครื่อง HIFU ในการยกกระชับใบหน้ามีดังนี้

 ทำความสะอาดใบหน้าให้สะอาดและแห้ง ทาเจลหล่อลื่นบนใบหน้าบริเวณที่ต้องการทำ HIFU เลือกหัวยิงให้เหมาะกับบริเวณที่ต้องการทำ HIFU วางหัวยิงบนใบหน้าและกดปุ่มเพื่อเริ่มทำ HIFU เคลื่อนหัวยิงไปตามบริเวณที่ต้องการทำ HIFU โดยกดปุ่มยิงแต่ละจุดค้างไว้จนกว่าเสียงติ๊ดจะดังขึ้น ทำซ้ำขั้นตอน 5-6 กับบริเวณอื่น ๆ ที่ต้องการทำ HIFU ระยะเวลาในการทำ HIFU ขึ้นอยู่กับบริเวณที่ทำและระดับความลึกที่ต้องการยิง โดยปกติจะใช้เวลาแปะยาชาทิ้งไว้ 30 นาที และใช้เวลาทำอีกประมาณ 30-60 นาที หากทำไฮฟู่ที่ ลินนาคลินิก (LINNA CLINIC) ทั่วทั้งใบหน้าระยะเวลาอยู่ที่ 15 นาทีโดยที่ไม่ต้องแปะยาชา หลังทำ HIFU อาจจะมีอาการบวมแดงเล็กน้อย ซึ่งจะหายไปเองภายใน 1-2 วัน ผลลัพธ์ของการยกกระชับใบหน้าจะเห็นได้ชัดเจนขึ้นภายใน 1-3 เดือน และผลลัพธ์จะคงอยู่ได้นานประมาณ 6-12 เดือน ข้อควรระวังในการทำ HIFU ห้ามทำ HIFU ในบริเวณที่มีแผลเปิดหรืออักเสบ ห้ามทำ HIFU ในบริเวณที่มีโลหะฝังอยู่ ห้ามทำ HIFU ด้วยตัวเอง

ไฮฟู (Hifu) ยกกระชับผิว

ไฮฟู (Hi-Fu) คือเทคโนโลยีการยกกระชับผิวหน้าแบบไม่ผ่าตัด โดยใช้คลื่นเสียงความเข้มข้นสูง (HIFU) ส่งพลังงานความร้อนไปยังชั้นผิวหนังชั้นลึก (SMAS) ซึ่งเป็นชั้นกล้ามเนื้อและเนื้อเยื่อเกี่ยวพันที่รองรับผิวหน้า พลังงานความร้อนนี้จะช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินใหม่ ทำให้ผิวหน้ากระชับขึ้น ริ้วรอยตื้นๆ จางลง และผิวดูอ่อนเยาว์ขึ้น Table of Contents ขั้นตอนการทำไฮฟู ทำความสะอาดผิวหน้าและทายาชา (หากต้องการ) ทาเจลเย็นบริเวณที่จะทำไฮฟูเพื่อปกป้องผิว แพทย์จะใช้หัวเครื่องไฮฟูจ่อไปที่บริเวณที่ต้องการรักษา แพทย์จะปล่อยพลังงานความร้อนจากเครื่องไฮฟูไปยังชั้นผิวหนังชั้นลึก การทำไฮฟูโดยปกติจะแปะยาชาทิ้งไว้ 30 นาที และใช้เวลาทำอีกประมาณ 30-60 นาที หากทำไฮฟู่ที่ ลินนาคลินิก (LINNA CLINIC) ทั่วทั้งใบหน้าระยะเวลาอยู่ที่ 15 นาทีโดยที่ไม่ต้องแปะยาชา ผลลัพธ์ของการทำไฮฟู ผลลัพธ์ของการทำไฮฟูจะเริ่มเห็นผลชัดเจน 1-3 เดือน อยู่ได้นานประมาณ 4-6 เดือน ผลลัพธ์ที่ได้จะขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายประการ เช่น อายุ สภาพผิว และความลึกของริ้วรอย โดยทั่วไปแล้ว การทำไฮฟูสามารถช่วยลดริ้วรอยตื้นๆ ได้ถึง 50% และช่วยลดริ้วรอยลึกได้ถึง 30% นอกจากนี้ การทำไฮฟูยังสามารถช่วยยกกระชับผิวหน้า

การเตรียมความพร้อมสำหรับการฉีดโบท็อก(Botox)

การเตรียมตัวทั้งก่อนและหลังฉีดโบท็อกซ์เป็นสิ่งสำคัญเพื่อช่วยให้การฉีดราบรื่น ผลลัพธ์ออกมาดี และลดความเสี่ยงต่อผลข้างเคียง ดังนั้นหมอขอแนะนำดังนี้ค่ะ Table of Contents การเตรียมตัวก่อนฉีดโบท็อก (Botox) 1. ปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ  เลือกสถานพยาบาลที่ได้มาตรฐานและมีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์ความงามประจำการ • ปรึกษาแพทย์ถึงปัญหาที่ต้องการแก้ไข ผลลัพธ์ที่คาดหวัง และเพื่อรับการประเมินว่าเหมาะสมกับการฉีดโบท็อก (Botox) หรือไม่ • แจ้งประวัติสุขภาพ โรคประจำตัว ประวัติการแพ้ยา ยาที่กำลังรับประทาน ทั้งยาตามใบสั่งแพทย์และยาพื้นบ้าน • แจ้งการรักษาความงามอื่นๆ ที่เคยทำ เช่น เลเซอร์ ฟิลเลอร์ศัลยกรรม เป็นต้น 2. งดยาบางชนิด • แจ้งแพทย์เกี่ยวกับยาที่ทานอยู่ โดยเฉพาะยาต้านการแข็งตัวของเลือด ยาแอสไพริน ยาแก้อักเสบ ยาสมุนไพร ยาเสริมอาหารบางชนิดที่ทำให้เลือดไหลเวียนดี คอลลาเจน เนื่องจากอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดรอยช้ำ แนะนำให้เลี่ยง 1 อาทิตย์ก่อนฉีดเพื่อลดโอกาสที่อาจเกิดรอยช้ำได้ • แพทย์อาจแนะนำให้หยุดยาบางชนิดชั่วคราวก่อนการฉีดโบท็อก (Botox) ขึ้นอยู่กับชนิดของยา 3. หลีกเลี่ยงกิจกรรมบางประเภท • งดการดื่มแอลกอฮอล์ 1-2 วันก่อนการฉีด

Scroll to Top