Additionally, paste this code immediately after the opening tag:
 
ค้นหา

8 ความแตกต่าง LINNA HIFU vs Ultraformer แตกต่างกันอย่างไร เลือกทำแบบไหนดี

อัปเดตเมื่อ 8 พ.ย.



ที่ Linna Clinic เรามีนวัตกรรมใหม่ล่าสุดของการยกกระชับผิว ปรับรูปหน้าให้เรียวสวย ที่ไม่ต้องแปะยาชา ไม่ต้องผ่าตัด ไม่ต้องใช้เวลาพักฟื้นด้วยเทคโนโลยี LINNA HIFU ที่โดดเด่นและแตกต่างจากการทำ Hifu แบบทั่วไป สำหรับคนที่สนใจ LINNA HIFU อาจเกิดข้อสงสัยได้ว่า LINNA HIFU แตกต่างจาก Hifu ทั่วไปหรือ Ultraformer อย่างไร เราควรเลือกทำแบบไหนดี วันนี้ Linna Clinic จะพาทุกคนไปทำความรู้จักนวัตกรรมเพื่อผิวยกกระชับทั้ง 3 แบบนี้ให้ดียิ่งขึ้น ตั้งแต่หลักการทำงาน ประสิทธิภาพในการยกกระชับ ราคาในการรักษา เพื่อให้ทุกคนใช้เป็นข้อมูลในการประกอบการตัดสินใจนะคะ


LINNA HIFU คืออะไร มีการทำงานอย่างไร ต่างจาก Hifu ทั่วไปอย่างไร

LINNA HIFU เป็นนวัตกรรมยกกระชับผิว ปรับรูปหน้าให้เรียวสวย ด้วยการยิงคลื่นเสียงอัลตราซาวนด์พลังงานสูงเข้าไปในผิวลึกชั้น SMAS ซึ่งเป็นชั้นผิวที่แพทย์ผ่าตัดศัลยกรรมเพื่อดึงผิวหน้านั่นเองค่ะ โดย LINNA HIFU มีนวัตกรรม TDT Technology กระจายความร้อน ทำให้รู้สึกเจ็บน้อยกว่าการทำ Hifu ทั่วไปหลายเท่าหรือแทบจะไม่เจ็บเลยในระหว่างการรรักษา ไม่ต้องแปะยาชา ใช้เวลาในการรักษาน้อยกว่ามากพลังงานที่ยิงเข้าผิวเสถียรและคงที่เท่ากันทุกจุด ทำให้รักษาได้อย่างแม่นยำและมีประสิทธิภาพมากกว่า Hifu ทั่วไปค่ะ และด้วยเทคนิคพิเศษของแพทย์ที่ลินนาคลินิกทำให้ผลลัพธ์ออกมาอย่างมีประสิทธิภาพและไม่เจ็บค่ะ

ความแตกต่างของ LINNA HIFU กับ Hifu ทั่วไป

1. LINNA HIFU ใช้คลื่นพลังงานแบบ MMFU (Micro & Macro Focused Ultrasound)ในขณะที่ Hifu ทั่วไปใช้คลื่นเสียงอัลตราซาวนด์แบบธรรมดา (Hight Intensity Focused Ultrasound) เครื่อง LINNA HIFU จึงสามารถปรับระดับความถี่และความเข้มข้นของคลื่นพลังงานได้อย่างจำเพาะเจาะจงมากกว่าสามารถลงลึกได้ทุกระดับของชั้นผิว ให้ผลลัพธ์หลังการทำที่ดีกว่า Hifu ทั่วไปถึง 8 เท่า!


2. LINNA HIFU มีเทคโนโลยีใหม่ล่าสุด TDT (Thermal Diffusion Technology) ปล่อยพลังงานแบบ Single Shot ทำให้ไม่เจ็บระหว่างการรักษา ไม่ต้องแปะยาชา ไม่ทำให้ผิวบวม แดง หรือมีรอยช้ำหลังการทำ ซึ่งแตกต่างไปจากการทำ Hifu แบบทั่วไปซึ่งจะเจ็บมาก ต้องแปะยาชาก่อนทำ และยังเสี่ยงทำให้ผิวบวม แดง ช้ำหรือมีรอยไหม้ได้อีกด้วย เพราะเครื่อง Hifu ทั่วไปปล่อยพลังงานได้ไม่เสถียร ก้อนพลังงานที่ยิงออกมาเบาบ้าง แรงบ้าง หรือในกรณีที่ Hifu ไม่ได้มาตรฐาน หลังทำอาจเสี่ยงทำให้ผิวไหม้และไม่เห็นผลหลังการรักษา


3. LINNA HIFU มีหัวยิงแบบ Pen Applicator มีขนาดเล็กกว่าหัวยิงของ Hifu ทั่วไป สามารถเข้าถึงทุกซอกทุกมุมบนใบหน้า ปล่อยพลังงานแบบ Single Shot ยิงพลังงานออกมาเสถียรเท่ากันทุกจุด ยกกระชับผิวได้ละเอียดและเห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจนยิ่งกว่า


4. LINNA HIFU คงผลลัพธ์หลังการทำได้นาน 6-12 เดือน ในขณะที่ Hifu ทั่วไปอยู่ได้นานประมาณ 3-5 เดือนเท่านั้นหรือในบางรายอาจไม่เห็นผลเลย เพราะข้อจำกัดหลายๆอย่างของ Hifu ทั่วไปค่ะ


5. LINNA HIFU ใช้เครื่อง UltraV Hifu Plus เทคโนโลยียกกระชับผิว เครื่องแรกและเครื่องเดียวที่ได้รับรองมาตรฐานจากสมาคมแพทย์ผิวหนังในประเทศเกาหลี ผ่านการรับรองทั้ง อย. ของประเทศเกาหลี (KFDA) และ อย. ของประเทศไทย (Thai FDA)


Ultraformer III คืออะไร

Ultraformer III คือเทคโนโลยียกกระชับผิวหน้า ปรับรูปหน้าให้วีเชฟ ด้วยการยิงคลื่นเสียงอัลตราซาวนด์พลังงานสูงแบบ MMFU (Micro & Macro Focused Ultrasound) เข้าไปในผิวลึกชั้น SMAS เช่นเดียวกับการทำ Hifu ค่ะ โดยข้อแตกต่างที่เห็นได้ชัดคือ เครื่อง Ultraformer III มีหัวยิงขนาดใหญ่ ยิงเป็น Line Shot ทำให้คนไข้รู้สึกเจ็บผิวในระหว่างการรักษา ต้องแปะยาชาก่อนทำ และด้วยหัวยิงขนาดใหญ่ทำให้ไม่สามารถเข้าถึงบริเวณจุดเล็กๆ บนใบหน้าได้ เช่น ร่องแก้ม ใต้ตา เป็นต้น

LINNA HIFU vs Ultraformer III ทำแล้วอยู่ได้นานเท่าไหร่

LINNA HIFU และ Ultraformer III จะเริ่มเห็นผลลัพธ์เรื่องผิวที่ยกกระชับ เต่งตึงขึ้นทันที 10-20% หลังการทำ และจะคงผลลัพธ์ได้ยาวนาน 6-12 เดือนค่ะ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสภาพผิวและการดูแลตัวเองหลังการรักษา


LINNA HIFU vs Ultraformer III ราคาเท่าไหร่

LINNA HIFU มีราคาเฉลี่ยประมาณ 4,000-20,000 บาท/ครั้ง ส่วนการทำ Ultraformer III 4,000-25,000 บาท/ครั้ง ทั้งนี้ราคาที่ต้องจ่ายจะมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับจำนวนช็อตที่ต้องใช้เพื่อรักษาปัญหาผิวด้วยค่ะ


LINNA HIFU vs Ultraformer III หลังทำต้องพักฟื้นไหม

ข้อดีของ LINNA HIFU คือ หลังการทำหัตถการแทบจะไม่ทำให้ผิวบวม แดง หรือมีรอยช้ำเลยค่ะ ส่วน Ultraformer III มีโอกาสที่ผิวจะบวม แดงมากกว่าหลังทำเสร็จ ซึ่งอาการเหล่านี้สามารถหายได้เองภายใน 2-3 วันค่ะ โดยทั้ง LINNA HIFU และ Ultraformer III ไม่ต้องพักฟื้นหลังการทำ ทำเสร็จก็ออกไปอวดผิวสวยและสามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติเลยค่ะ


LINNA HIFU vs Ultraformer III ต่างกันอย่างไร ควรเลือกทำแบบไหนดี?

1. หัวยิงมีขนาดแตกต่างกัน

LINNA HIFU จะมีหัวยิงแบบ Pen Applicator ซึ่งมีขนาดเล็ก จึงสามารถเข้าทุกซอกทุกจุดของใบหน้าได้ดีกว่า ไม่ว่าจะเป็นร่องมุมปาก ร่องแก้มและใต้ตา แพทย์จึงออกแบบการรักษาได้แม่นยำ ส่วนเครื่อง Ultraformer III จะมีขนาดของหัวยิงที่ค่อนข้างใหญ่ เข้าถึงร่องหรือจุดเล็กๆบนใบหน้าได้ยาก



2. ความเจ็บระหว่างการรักษา

เครื่อง Ultraformer III จะทำให้คนไข้รู้สึกเจ็บมากในขณะที่กำลังรับการรักษาค่ะ เพราะหัวยิงมีขนาดใหญ่ ทำให้เจ็บผิวจนต้องแปะยาชาก่อนการทำ Ultraformer III จึงอาจไม่ตอบโจทย์สำหรับคนที่กลัวเจ็บ หรือไม่อยากทนเจ็บระหว่างการทำหัตถการค่ะ

กลับกัน LINNA HIFU ใช้เทคโนโลยี TDT (Thermal Diffusion Technology) ปล่อยพลังงานแบบ Single Shot ทำให้ไม่เจ็บระหว่างการรักษา ไม่ต้องเสียเวลามาแปะยาชา ใช้เวลาในการรักษาน้อยกว่า



3. จำนวนช็อตที่ต้องใช้ในการรักษา

LINNA HIFU จะใช้จำนวนช็อตในการทำต่อครั้งเยอะกว่าเพราะหัวยิงมีขนาดเล็ก ปล่อยพลังงานแบบ Single Shot จึงเข้าถึงทุกมุมบนใบหน้า ส่วน Ultraformer III ยิงแบบ Line Shot จึงใช้จำนวนช็อตในการรักษาน้อยกว่าค่ะ


4. ระยะเวลาที่ใช้ในการรักษา

- LINNA HIFU ใช้เวลาในการรักษาต่อครั้ง 15-20 นาที เพราะไม่ต้องเสียเวลากับขั้นตอนของการแปะยาชา และรอให้ยาชาออกฤทธิ์ก่อนทำค่ะ

- Ultraformer III ใช้เวลาในการรักษาต่อครั้งประมาณ 1 ชั่วโมงขึ้นไปค่ะ ก่อนการทำจะต้องแปะยาชาและรอให้ยาชาออกฤทธิ์แล้วจึงเริ่มทำ จึงใช้เวลาทำค่อนข้างนานค่ะ


LINNA HIFU vs Ultraformer III เลือกทำเครื่องไหนดี ?

  • LINNA HIFU ใช้คลื่นพลังงานแบบ MMFU และโดดเด่นด้วยเทคโนโลยี TDT (Thermal Diffusion Technology) ทำให้ ไม่รู้สึกเจ็บระหว่างการรักษา ไม่เสียเวลาแปะยาชา ใช้เวลาในการรักษาไม่นาน (ทำทั่วหน้าใช้เวลาประมาณ 15-20 นาที) มีหัวยิงที่มีขนาดเล็ก ปล่อยพลังงานที่เสถียรเท่ากันทุกจุด (Single Shot) เข้าถึงทุกบริเวณบนผิวหน้าไม่ว่าจะเป็นซอกหรือมุมเล็กๆ ทำให้แพทย์ออกแบบการรักษาได้อย่างแม่นยำมากยิ่งขึ้น

  • Ultraformer III ใช้คลื่นพลังงานแบบ MMFU เช่นเดียวกัน พลังงานคงที่เท่ากันทุกจุด หัวยิงมีขนาดใหญ่ ใช้จำนวนช็อตในการรักษาน้อยกว่า แต่จะรู้สึกเจ็บมากในระหว่างการรักษา ต้องแปะยาชาก่อนการทำ ใช้เวลาในการรักษานานกว่า 1 ชั่วโมง

ดังนั้นแล้วหากคุณเป็นคนที่มีปัญหาผิวหย่อนคล้อย ผิวไม่กระชับ มีปัญหาผิวบริเวณกรอบหน้า แก้ม เหนียง คอ มุมปาก ร่องจมูก ร่องแก้ม หางตา หรือหน้าผาก อยากยกกระชับผิวให้เต่งตึงขึ้นสวยครบทั่วทั้งใบหน้า แบบไม่ต้องเจ็บตัว ไม่เสียเวลานาน ไม่ต้องพักฟื้น ทำแล้วเห็นผลได้นาน 6-12 เดือน LINNA HIFU คือคำตอบที่ใช่สำหรับคุณ


LINNA HIFU นวัตกรรมยกกระชับ ปรับรูปหน้าให้เรียวสวยที่ดีกว่า

สำหรับใครที่อ่านมาถึงตรงนี้แล้ว เริ่มสนใจและอยากลองทำ LINNA HIFU สามารถสอบถามและขอคำแนะนำจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญก่อนการรักษาที่ Linna Clinic หรือทักแชทเข้ามาเพื่อจองคิวรักษา พร้อมรับราคาโปรโมชั่นดีๆจาก Linna Clinic ได้เลยค่ะ


รีวิว


ดู 54 ครั้ง0 ความคิดเห็น