Smartwatch (สมาร์ทวอช) หนึ่งในแกดเจ็ตยุคใหม่ที่สายสุขภาพให้ความสนใจ เพราะไม่ได้ทำหน้าที่แค่บอกเวลา แต่ยังช่วยติดตามตัวชี้วัดสุขภาพได้หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นอัตราการเต้นของหัวใจ ระดับออกซิเจนในเลือด การเคลื่อนไหวและการออกกำลังกาย ไปจนถึงการวิเคราะห์คุณภาพการนอน พร้อมเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนเพื่อติดตามข้อมูลได้อย่างง่ายดาย ปัจจุบันมี Smartwatch ให้เลือกใช้หลากหลายยี่ห้อ ไม่ว่าจะเป็น Apple Watch, Garmin, Fitbit หรือ Whoop ที่แต่ละรุ่นก็มีจุดเด่นต่างกันไป สำหรับใครที่กำลังมองหา Best smartwatch 2026 หรือยังตัดสินใจไม่ได้ว่าควรเลือกซื้อ Smartwatch รุ่นไหนดีในปีนี้ LINNA Clinic รวบรวม Top 8 smartwatch ที่สายสุขภาพควรมีไว้ให้แล้วในบทความนี้ค่ะ
Table of Contents
Smartwatch คืออะไร? ช่วยติดตามผลสุขภาพได้อย่างไร?
Smartwatch (สมาร์ทวอช) หรือ นาฬิกาข้อมืออัจฉริยะซึ่งสามารถทำหน้าที่ได้มากกว่าการบอกวันหรือเวลาเหมือนนาฬิการูปแบบทั่วไป แต่ถูกพัฒนาฟังก์ชันการใช้งานอัจฉริยะด้วยการใช้หลักการทำงานของเซนเซอร์ (Sensor) เพื่อติดตามสุขภาพ การออกกำลังกาย และการใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างครอบคลุม นอกจากนี้ Smartwatch ยังสามารถเชื่อมต่อเข้ากับสมาร์ทโฟนผ่านระบบบลูทูธ (Bluetooth) หรือแอปพลิเคชันเฉพาะ เพื่อสรุปและรายงานข้อมูลสุขภาพให้ผู้ใช้ดูได้แบบละเอียด
Top 8 smartwatch ที่ สายสุขภาพควรมี
1.Apple Watch Series 11
สมาร์ทวอชรุ่นใหม่ล่าสุดของปี 2025 จาก Apple แบรนด์เทคโนโลยีชั้นนำจากสหรัฐอเมริกา โดดเด่นด้วยดีไซน์ทันสมัย เรียบหรู ตัวเรือนมีให้เลือก 2 ขนาด คือ 42 มม. และ 46 มม. มาพร้อมหน้าจอ Always-On Retina LTPO3 OLED ทรงสี่เหลี่ยม แสดงผลคมชัด รองรับการใช้งานแบบ Multi-Touch มีให้เลือกทั้งรุ่น GPS และ GPS + Cellular ที่รองรับ 5G ภายในขับเคลื่อนด้วยชิป S10 ช่วยให้การประมวลผลรวดเร็ว ลื่นไหล และประหยัดพลังงานยิ่งขึ้น แบตเตอรี่ใช้งานได้นานสูงสุดประมาณ 24 ชั่วโมง
ด้านฟีเจอร์สุขภาพ Apple Watch Series 11 มาพร้อมระบบติดตามสุขภาพที่ครบถ้วน ตั้งแต่ติดตามอัตราการเต้นหัวใจ การแจ้งเตือนความดันโลหิตสูง (ไม่ใช่เครื่องมือการแพทย์) การวัดคลื่นไฟฟ้าหัวใจผ่านแอป ECG และแจ้งเตือนอัตราการเต้นของหัวใจที่ผิดปกติ การติดตามรอบเดือนพร้อมประเมินการตกไข่จากข้อมูลย้อนหลัง เซนเซอร์วัดอุณหภูมิร่างกาย ไปจนถึงการติดตามคุณภาพการนอนหลับพร้อมแสดงผลเป็น Sleep Score ช่วยให้เห็นภาพสุขภาพโดยรวมได้อย่างชัดเจน
สำหรับด้านการออกกำลังกาย Apple Watch Series 11 รองรับกิจกรรมมากกว่า 100 ประเภท พร้อมฟีเจอร์ Workout Buddy และ Training Load & Insights ช่วยวิเคราะห์ความหนักของการฝึกซ้อมและการฟื้นตัวอย่างเป็นระบบ เหมาะสำหรับผู้ที่อยากมีผู้ช่วยดูแลร่างกายแบบครอบคลุม และสามารถทำงานร่วมกับ iPhone อย่างราบรื่น
2.Fitbit Sense 2
สมาร์ทวอชจากแบรนด์ Fitbit (สหรัฐอเมริกา) ดีไซน์สวยงาม ทันสมัย หน้าจอ AMOLED ทรงสี่เหลี่ยม แสดงผลคมชัด ตัวเรือนทำจากอลูมิเนียมคุณภาพสูงและแข็งแรง ออกแบบมาให้สวมใส่สบายได้ตลอดวัน มีจุดเด่นเรื่องการดูแลสุขภาพเชิงลึกมากกว่า Fitbit หลายรุ่นก่อนหน้า ด้วยชิปเซ็ตและเซนเซอร์รุ่นใหม่ที่ช่วยเก็บข้อมูลสุขภาพได้แม่นยำ เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเข้าใจสัญญาณร่างกายของตัวเองในเชิงลึก โดยเฉพาะด้านความเครียดและคุณภาพการนอน
ด้านฟีเจอร์สุขภาพ Fitbit Sense 2 สามารถติดตามอัตราการเต้นของหัวใจตลอด 24 ชั่วโมง วัดระดับออกซิเจนในเลือด (SpO₂) ตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (ECG) และติดตามการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิร่างกาย ขณะเดียวกันยังโดดเด่นเรื่องการจัดการความเครียดและการนอน ด้วยระบบ Stress Management Score ช่วยประเมินระดับความเครียดในแต่ละวัน พร้อมระบบ Sleep Score วิเคราะห์คุณภาพการนอน และโหมดฝึกหายใจเพื่อช่วยผ่อนคลาย ขณะเดียวกันด้านการออกกำลังกายก็รองรับโหมดหลากหลายตั้งแต่การเดิน วิ่ง โยคะ ปั่นจักรยาน ไปจนถึง HIIT พร้อมโหมด Active Zone Minutes ช่วยคำนวณความเข้มข้นในขณะที่ออกกำลังกาย
3.WHOOP
สายรัดข้อมืออัจฉริยะจากแบรนด์ Whoop (สหรัฐอเมริกา) ที่โดดเด่นด้วยดีไซน์แบบไร้หน้าจอ ตัวอุปกรณ์ดีไซน์เรียบหรู ดูเผินๆ คล้ายกับสายรัดข้อมือ โดยรุ่นที่เปิดตัวใหม่ล่าสุด คือ WHOOP 5.0 และ WHOOP MG ซึ่งออกแบบมาให้ใส่ได้ตลอดวันเพื่อเก็บข้อมูลสุขภาพแบบ 24/7 และวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกผ่านแอปพลิเคชัน WHOOP บนสมาร์ทโฟน
จุดเด่นของ WHOOP คือการติดตามและวิเคราะห์สุขภาพเชิงลึก ด้วยการติดตามอัตราการเต้นหัวใจ ความผันผวนของอัตราการเต้นหัวใจ (HRV) คุณภาพการนอน และการฟื้นตัวของร่างกาย (Recovery) พร้อมระบบติดตามความเครียด (Stress Monitor) การนับก้าว รวมถึงข้อมูลเฉพาะสำหรับผู้หญิง เช่น การติดตามรอบเดือนและการเปลี่ยนแปลงของสภาวะร่างกายในแต่ละช่วง นอกจากนี้ยังมี AI Coach หรือผู้ช่วยอัจฉริยะที่ช่วยสรุปและแปลข้อมูลสุขภาพให้เข้าใจง่าย ทั้งนี้ ก่อนตัดสินใจใช้งานควรทราบว่า WHOOP ใช้ระบบสมาชิกแบบ Subscription โดยมีแพ็กเกจให้เลือก 3 ระดับ ได้แก่ One, Peak และ Life ซึ่งสามารถเลือกใช้ได้ตามความต้องการของแต่ละบุคคล
4.Garmin Fenix 7 Series
สมาร์ทวอชแบรนด์สายเอาต์ดอร์ระดับเรือธงจากประเทศสหรัฐอเมริกา ตัวเรือนมีทั้งหมด 3 ขนาด ได้แก่ 7S (42 มม.) / 7 (47 มม.) / 7X (51 มม.) และแบ่งออกเป็น 3 รุ่นย่อย คือ Fenix 7 Standard, Fenix 7 Solar และ Fenix 7 Sapphire Solar จุดเด่นคือโหมดกีฬาและเอาต์ดอร์ที่หลากหลาย รองรับกิจกรรมมากถึง 40 รูปแบบ พร้อมการติดตามสุขภาพอย่างละเอียด ด้วยการวัดอัตราการเต้นของหัวใจตลอด 24 ชั่วโมง ระดับความเครียด คุณภาพการนอน และค่าออกซิเจนในเลือด รวมถึงฟีเจอร์วิเคราะห์สมรรถภาพแบบจริงจังอย่าง Real Time Stamina ช่วยประเมินพลังงานระหว่างออกกำลังกาย และ Hill Score สำหรับการประเมินความสามารถในการวิ่งขึ้นเนิน ด้านการนำทางรองรับ Multi-GNSS และ Multi Band พร้อมแผนที่ ToPoActive และระบบนำทางขั้นสูงที่ตอบโจทย์สายผจญภัยโดยเฉพาะ (แตกต่างกันไปในแต่ละรุ่น)
5.PH Life HR5s
PH Life HR5s สมาร์ทวอชที่พัฒนาขึ้นมาเพื่อให้ผู้ใช้เริ่มติดตามสุขภาพได้อย่างง่ายดาย ราคาไม่สูงมาก เหมาะกับการใช้งานในชีวิตประจำวัน ตัวเรือนหน้าปัดทรงกลม ดีไซน์เรียบสวย มาพร้อมหน้าจอ AMOLED ขนาด 1.96 นิ้ว แสดงผลคมชัด สวมใส่ได้ทุกวัน แบตเตอรี่ใช้งานได้ประมาณ 5-7 วันต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง ตอบโจทย์ผู้ที่ไม่อยากชาร์จบ่อย
จุดเด่นของสมาร์ทวอชรุ่นนี้คือแนวคิด “เซนเซอร์เพื่อคนไทย” ที่ผ่านการทดลองกับคนไทยกว่า 1,000 คน และทำงานร่วมกับระบบ AI เพื่อช่วยวิเคราะห์ข้อมูลสุขภาพอย่างแม่นยำสูงถึง 93% พร้อมโหมดวัดสุขภาพอัตโนมัติทุกๆ 10 นาทีซึ่งเป็นเอกสิทธิ์ของ PureHealth ตัวเครื่องสามารถติดตามข้อมูลสุขภาพครอบคลุมทั้งการวัดความดัน ระดับน้ำตาลในเลือด (ประเมินแนวโน้มด้วยการใช้อัลกอริทึม) การวัดคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (ECG) ติดตามคุณภาพการนอนและความเครียด ขณะที่ฟีเจอร์ออกกำลังกายรองรับกิจกรรมได้มากถึง 100 รูปแบบ พร้อมระบบนับก้าว ระยะทาง และคำนวณแคลอรี
6.Xiaomi Smart Band 10
Xiaomi Smart Band 10 สายรัดข้อมืออัจฉริยะจากประเทศจีน มาในดีไซน์เรียบหรู พร้อมตัวเลือกสายรัดที่หลากหลาย ตอบโจทย์ทุกสไตล์ โดดเด่นด้วยหน้าจอ AMOLED ขนาด 1.72 นิ้ว ขอบจอบางสมมาตร สีสันสดใสและคมชัดแม้อยู่กลางแจ้ง ออกแบบมาให้การติดตามสุขภาพและกิจกรรมประจำวันเป็นเรื่องง่าย เหมาะกับคนที่อยากเริ่มดูแลสุขภาพแบบครบครันโดยไม่ต้องจ่ายแพง มาพร้อมฟีเจอร์สุขภาพพื้นฐานครบ ทั้งการวัดอัตราการเต้นของหัวใจ ระดับออกซิเจนในเลือด (SpO2) และระบบติดตามการนอนละเอียด ขณะเดียวกันยังรองรับการออกกำลังกายได้หลากหลายมากถึง 150 รูปแบบ รวมถึงโหมดว่ายน้ำขั้นสูง
7.HUAWEI Watch Fit 4 Pro
HUAWEI Watch Fit 4 Pro สมาร์ทวอชจากแบรนด์เทคชื่อดังจากประเทศจีน โดดเด่นเรื่องดีไซน์ที่สวยงาม ทนทาน รุ่นนี้มาพร้อมหน้าจอ AMOLED ขนาด 1.82 นิ้ว แสดงผลชัดเจน อ่านง่ายแม้อยู่กลางแจ้ง มีฟีเจอร์ด้านสุขภาพและการออกกำลังกายแบบครบครัน จุดเด่นของ Smartwatch รุ่นนี้คือ ใช้งานง่าย ไม่ซับซ้อน ช่วยเก็บข้อมูลสุขภาพได้อย่างละเอียด ทั้งการวัดอัตราการเต้นของหัวใจตลอด 24 ชั่วโมง การวัดระดับออกซิเจนในเลือด (SpO2) ระบบติดตามความเครียด และติดตามการนอนหลับพร้อมสรุปคุณภาพการพักผ่อน เพื่อช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถนำข้อมูลที่ได้ไปปรับใช้อย่างเหมาะสม ส่วนฟีเจอร์ออกกำลังกายรองรับโหมดหลากหลายทั้งการเดิน วิ่ง ฟิตเนส โยคะ ปั่นจักรยาน ว่ายน้ำ ดำน้ำ ฯลฯ รวมถึงสรุปผลหลังออกกำลังกายให้ดูเข้าใจง่าย
8.AMAZFIT Bip 6
สมาร์ทวอชจากแบรนด์ Amazfit (ประเทศจีน) ที่เปิดตัวในช่วงเดือนมีนาคม 2025 และได้รับความสนใจอย่างมากในกลุ่มผู้ใช้งานที่มองหาสมาร์ทวอชสเปกคุ้มค่าในราคาจับต้องได้ สมาร์ทวอชรุ่นนี้มาพร้อมกับตัวเรือนดีไซน์ทันสมัย หน้าจอ AMOLED ขนาด 1.97 นิ้ว แสดงผลคมชัดและอ่านง่ายแม้อยู่กลางแจ้ง ตัวเรือนกันน้ำระดับ 5ATM (ประมาณ 50 เมตร) ระบบสั่งงานด้วยเสียง (Zepp Flow) และระบบ GPS ในตัว แบตเตอรี่ใช้งานยาวนานสูงสุดประมาณ 2 สัปดาห์ต่อการชาร์จ 1 ครั้ง เหมาะกับคนที่อยากติดตามสุขภาพและออกกำลังกายแบบไม่ต้องชาร์จบ่อยๆ
ด้านฟีเจอร์สุขภาพใช้เทคโนโลยี BioTracker 6.0 สำหรับการติดตามข้อมูลสุขภาพตลอด 24 ชั่วโมง ครอบคลุมทั้งอัตราการเต้นของหัวใจ ระดับออกซิเจนในเลือด (SpO₂) ความเครียด คุณภาพการนอน และอัตราการผันแปรของการเต้นของหัวใจ (HRV) ส่วนฟีเจอร์ออกกำลังกายรองรับกิจกรรมมากกว่า 140 รูปแบบ รวมถึงโหมดเฉพาะอย่าง HYROX Race, Smart Strength Training เพื่อช่วยวิเคราะห์การออกกำลังกายได้อย่างละเอียด
สรุป
Smartwatch แกดเจ็ตยุคใหม่ ที่ไม่ได้มีประโยชน์แค่เพียงช่วยบอกเวลาหรือความสวยงามเท่านั้น แต่ยังเปรียบเสมือนผู้ช่วยดูแลสุขภาพส่วนตัวที่ทำให้เราสามารถติดตามข้อมูลสุขภาพของตัวเองได้อย่างง่ายดาย ทั้งอัตราการเต้นของหัวใจตลอด 24 ชั่วโมง ระดับออกซิเจนในเลือด ความเครียด ความเข้มข้นในการออกกำลังกาย ไปจนถึงระดับกิจกรรมในชีวิตประจำวัน Smartwatch รุ่นไหนดี? ควรพิจารณาร่วมกันจากหลายปัจจัย ทั้งฟังก์ชันที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ วัสดุและความทนทาน รวมถึงงบประมาณที่กำหนด เพื่อให้การซื้อ Smartwatch คุ้มค่าและตอบโจทย์การใช้งานมากที่สุด
อย่างไรก็ตาม Smartwatch เป็นเพียงอุปกรณ์ สำหรับติดตามข้อมูลสุขภาพเบื้องต้น เพื่อให้เรานำข้อมูลไปใช้เป็นแนวทางในการปรับพฤติกรรมการใช้ชีวิตให้เหมาะสม ไม่สามารถใช้แทนการวินิจฉัยทางการแพทย์ได้ หากมีโรคประจำตัว หรือมีอาการผิดปกติ ควรปรึกษาแพทย์ สนใจดูแลและวางแผนสุขภาพเฉพาะรายบุคคลกับทีมแพทย์ของ LINNA Clinic สามารถติดต่อเราได้ที่เบอร์ 063-609-8888, WhatsApp +66 919799554 หรือทาง LINE: @linnaclinic ได้เลยค่ะ



