February 19, 2024

เครื่อง RF คืออะไร 

เทคโนโลยี RF (Radio Frequency) เป็นเทคโนโลยีที่ใช้คลื่นความถี่วิทยุในการส่งพลังงานความร้อนไปยังชั้นผิวหนังชั้นลึก โดยคลื่นความถี่วิทยุจะทำให้เกิดความร้อนในชั้นผิวหนังชั้นลึก ส่งผลให้เกิดการหดตัวของคอลลาเจนและอีลาสตินใต้ผิวหนัง ทำให้ผิวกระชับ เต่งตึง เรียบเนียน ลดริ้วรอย รอยเหี่ยวย่น และรอยแผลเป็น นอกจากนี้ยังสามารถกระตุ้นการไหลเวียนโลหิตและการผลิตคอลลาเจนใหม่ ทำให้ผิวดูอ่อนเยาว์และสุขภาพดี เทคโนโลยี RF มีหลายประเภท แต่ละประเภทจะมีความถี่และความยาวคลื่นที่แตกต่างกันไป ซึ่งส่งผลต่อประสิทธิภาพและผลข้างเคียงที่แตกต่างกัน ประเภทของเทคโนโลยี RF ที่นิยมใช้ในปัจจุบัน ได้แก่ RF monopolar เป็นเทคโนโลยี RF ที่ใช้ขั้วเดียวในการส่งพลังงานความร้อน เหมาะกับการยกกระชับผิวหน้าและลำคอ RF bipolar เป็นเทคโนโลยี RF ที่ใช้ขั้วสองในการส่งพลังงานความร้อน เหมาะกับการยกกระชับผิวบริเวณเล็ก ๆ เช่น ใต้ตา ร่องแก้ม และรอบดวงตา RF tripolar เป็นเทคโนโลยี RF ที่ใช้ขั้วสามในการส่งพลังงานความร้อน เหมาะกับการยกกระชับผิวบริเวณกว้าง ๆ เช่น หน้าท้อง แขน ขา ผลลัพธ์ของการรักษาด้วยเทคโนโลยี RF จะเริ่มเห็นผลตั้งแต่ครั้งแรกที่ทำ […]

เครื่อง RF คืออะไร  Read More »

โปรแกรมโบ เจ็บไหม?

หมอขออธิบายเกี่ยวกับการทำโปรแกรมโบ โดยทั่วไปแล้วการฉีดโบไม่ได้เจ็บมากอยู่ในระดับที่ทนได้ การฉีดโบในแต่ละบริเวณความเจ็บจะแตกต่างกันออกไป ทั้งนี้หมอจะมีวิธีการบรรเทาความเจ็บต่างๆ  เช่น การประคบน้ำแข็งก่อนฉีดโบท็อกจะช่วยทำให้เส้นเลือดหดตัว ส่งผลให้เลือดไหลเวียนลดลง จึงทำให้บริเวณที่ประคบเย็นรู้สึกชาและเจ็บน้อยลง ทายาชา บริเวณที่จะฉีดทิ้งไว้ประมาณ 30 นาที จะช่วยลดความเจ็บบริเวณที่ฉีดได้ ใช้เข็มขนาดเล็กพิเศษในบางบริเวณ  แพทย์ผู้เชี่ยวชาญจะใช้เข็มขนาดเล็กพิเศษในการฉีด ซึ่งช่วยลดความเจ็บปวดได้ค่ะ ใช้เครื่อง Vibration หรือเครื่องสั่นสะเทือน สามารถใช้เพื่อเบนความสนใจจากสิ่งเร้าเพื่อลดความเจ็บของคนไข้ค่ะ ฉีดโบ ในปริมาณที่เหมาะสม เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ต้องการโดยไม่ทำให้เกิดความเจ็บปวด แม้ว่าการทำโปรแกรมโบ จะเจ็บน้อย แต่ความรู้สึกเจ็บก็ขึ้นอยู่กับปัจจัยต่างๆ ด้วย เช่น บริเวณที่ฉีด: การฉีดลดริ้วรอยมักเจ็บกว่าการกราม เนื่องจากบริเวณที่ฉีดลดริ้วรอยมักเป็นบริเวณที่บอบบาง เช่น บริเวณริมหน้าผาก เนื่องจากบริเวณที่ฉีดหลายจุดจึงทำให้เจ็บมากกว่า ระดับความอดทนต่อความเจ็บของแต่ละคน: แต่ละคนมีผิวที่บอบบางแตกต่างกันออกไป ความรู้สึกหรือความสามารถที่จะอดทนของแต่ละคนจึงแตกต่างกันออกไปเช่นกันค่ะ โดยปกติแล้ว อาการเจ็บจากการฉีดโบ จะหายไปทันทีหลังจากที่ฉีดเสร็จและไม่ต้องใช้เวลารักษาตัวใดๆ หลังจากฉีด สามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติค่ะ Table of Contents เทคนิคการฉีดของแพทย์ส่งผลต่อความเจ็บไหม เทคนิคการฉีดของแพทย์ส่งผลต่อความเจ็บปวดจากการฉีดโบ ค่อนข้างมาก แพทย์ผู้เชี่ยวชาญจะใช้เทคนิคการฉีดที่แตกต่างกันฉีดอย่างระมัดระวังและอ่อนโยน เพื่อช่วยลดความเจ็บปวดให้กับคนไข้ค่ะ  ฉีดโบ แต่ละยี่ห้อ ความเจ็บแตกต่างกันไหม ในมุมมองของหมอ แต่ละยี่ห้อมีความบริสุทธิ์ใกล้เคียงกัน จึงไม่น่าจะมีผลต่อความเจ็บปวดจากการฉีดมากนัก อย่างไรก็ตามแพทย์ผู้เชี่ยวชาญอาจเลือกใช้ยี่ห้อและสูตร

โปรแกรมโบ เจ็บไหม? Read More »

การฉีดลดกรามเหมาะกับใคร อยากหน้าเรียวต้องอ่าน

หากลูกค้าท่านใดที่มีปัญหากรามใหญ่จากกล้ามเนื้อ การทำโปรแกรมโบ อาจเป็นทางเลือกที่เหมาะสมสำหรับคนที่อยากให้หน้าเรียว  เนื่องจากการฉีดลดกรามเป็นวิธีที่ปลอดภัยและเห็นผลลัพธ์ได้อย่างรวดเร็ว โดยตัวยาจะส่งผลให้กรามดูเล็กลงและหน้าดูเรียวขึ้น 1. ผู้ที่มีกรามใหญ่จากกล้ามเนื้อและต้องการปรับรูปหน้าให้ดูเรียวเป็นวีเชฟ กรามใหญ่จากกล้ามเนื้อเป็นปัญหาที่พบได้บ่อย เกิดจากกล้ามเนื้อกรามทำงานมากเกินไป ทำให้กรามดูใหญ่ขึ้น หน้าดูเหลี่ยมหรือเป็นลักษณะสี่เหลี่ยม การฉีดคลายกล้ามเนื้อกรามจะช่วยลดการทำงานของกล้ามเนื้อ ทำให้กล้ามเนื้อเล็กลง ส่งผลให้หน้าเรียวขึ้นได้ 2. ผู้ที่ไม่อยากผ่าตัด: การฉีดลดกรามแบบไม่ต้องผ่าตัด เหมาะกับคนที่กังวลเรื่องแผลเป็น รอยช้ำ พักฟื้นเร็วกว่า และมีความเสี่ยงน้อยกว่าการผ่าตัด 3.ผู้ที่ต้องการเห็นผลลัพธ์หน้าเรียวที่รวดเร็ว: การฉีดให้กรามเล็กลงใช้เวลาในการทำไม่นาน ประมาณ 15-30 นาที หลังฉีดเสร็จสามารถกลับบ้านและใช้ชีวิตปกติได้โดยที่ไม่ต้องพักฟื้น ลินนาคลินิก (LINNA Clinic) ขอแนะนำก่อนตัดสินใจฉีดลดกราม ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อประเมินใบหน้าและความเหมาะสมของการรักษา  แพทย์จะวิเคราะห์โครงสร้างใบหน้า สาเหตุของกรามใหญ่เช่น เกิดจากกล้ามเนื้อกรามใหญ่หรือเกิดจากไขมันสะสม และแนะนำวิธีการรักษาที่เหมาะสมที่สุดสำหรับคุณค่ะ Table of Contents กรณีใดบ้างที่อยากหน้าเรียวแต่ไม่เหมาะกับการฉีดลดกราม 1.ผู้ที่ไม่มีกล้ามเนื้อกรามหรือมีกล้ามเนื้อกรามน้อยมากการฉีดโบท็อกกรามจะไม่ส่งผลให้หน้าเรียวขึ้นเพราะกล้ามเนื้อกรามมีขนาดเล็กอยู่แล้วแพทย์อาจแนะนำหัตถการอื่น 2.ปัญหาที่หน้าไม่เรียวเนื่องจากไขมันแพทย์จะแนะนำให้ฉีดสลายไขมันมากกว่าเพราะการฉีดลดกรามจะไม่ช่วยลดไขมัน 3.โครงหน้ากระดูกเหลี่ยมคนไข้ที่ไม่มีไขมันและกรามเนื้อกรามที่เยอะกรณีดังกล่าวต้องทำศัลยกรรมเท่านั้นกรณีนี้การฉีดลดกรามจะไม่ช่วยให้หน้าเรียวเพราะโครงหน้ามาจากกระดูกค่ะ ทำไมฉีดลดกรามแล้วหน้าคล้อย ปัญหาการฉีดลดกรามแล้วหน้าคล้อย เป็นปัญหาที่พบบ่อยมาก ในกรณีของลูกค้าที่มีกรามใหญ่และฉีดลดกรามเยอะผิวไม่ได้เต่งตึงตั้งแต่แรกหรืออายุที่เพิ่มมากขึ้นตามวัย จะพบปัญหานี้ได้ สาเหตุที่ฉีดลดกรามแล้วหน้าคล้อย เกิดจากการทำงานของโบที่ช่วยลดการทำงานของกล้ามเนื้อกราม ทำให้กล้ามเนื้อกรามอ่อนแรงลง ส่งผลให้กรามดูเล็กลง แต่ไม่ได้ยกกระชับผิวบริเวณกรามได้ ดังนั้นหากกรามยุบลง ผิวหนังบริเวณกรามจะหย่อนลง

การฉีดลดกรามเหมาะกับใคร อยากหน้าเรียวต้องอ่าน Read More »

โปรแกรมโบ VS ร้อยไหมให้หน้าเรียว อย่างไหนดีกว่ากัน

เป็นคำถามที่คนไข้หลายคนถามหมอมาเยอะมากๆ หมอเลยขอมาอธิบายว่าการเลือกระหว่างโปรแกรมโบหรือร้อยไหมหน้าเรียวขึ้นอยู่กับใบหน้าลักษณะรูปหน้า ลักษณะปัญหา ความต้องการและความคาดหวังของคนไข้แต่ละคน โดยพิจารณาจากปัจจัยต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นปัญหาที่ต้องการแก้ ระยะเวลาการพักฟื้น ระยะเวลาความคงทนหรือว่าผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นได้ในการทำเป็นต้น ก่อนที่จะบอกว่าโปรแกรมโบ หรือร้อยไหมดีกว่ากันหมอขออนุญาตอธิบายว่าโปรแกรมโบช่วยเรื่องอะไรและร้อยไหมช่วยเรื่องอะไร และกลไกการทำงานแตกต่างกันอย่างไรค่ะ Table of Contents โปรแกรมโบ กับร้อยไหม ต่างกันอย่างไร โปรแกรมโบ และร้อยไหม เป็นหัตถการความงามยอดนิยมที่ช่วยปรับรูปหน้าให้เรียวขึ้น แต่ละวิธีมีข้อดีข้อเสียและเหมาะกับปัญหาที่แตกต่างกัน มาลองดูกันค่ะว่าทั้ง 2 หัตถการนี้แต่ละวิธีต่างกันอย่างไร โปรแกรมโบ (Wrinkle Reduction) กลไกการทำงาน: เป็นสารโปรตีนบริสุทธิ์สกัดจากแบคทีเรีย ช่วยยับยั้งการทำงานของกล้ามเนื้อบริเวณที่ฉีด ทำให้กล้ามเนื้อคลายตัว ผิวหนังจึงตึงขึ้นในด้านความงามนำมาใช้ในด้านของการปรับรูปหน้าทำให้หน้าเรียวขึ้นและใช้ในการยกกระชับรวมถึงการลดริ้วรอยและกระตุ้นคลอลาเจนให้หน้าดูใสขึ้นด้วย ร้อยไหม กลไกการทำงาน: การร้อยไหมซึ่งจะมีไหมหลายชนิด แต่ไหมที่หมอจะนำมาอธิบายในครั้งนี้คือไหมก้างปลา ไหมก้างปลาเป็นไหมละลายชนิดหนึ่งที่มีคุณสมบัติพิเศษ คือ มีเงี่ยงขนาดเล็กอยู่ตามแนวเส้นไหม ซึ่งเงี่ยงเหล่านี้จะเกี่ยวดึงกับเนื้อเยื่อใต้ผิวหนัง เมื่อแพทย์ร้อยไหมก้างปลาเข้าไปใต้ผิวหนัง เงี่ยงของไหมก้างปลาก็จะเกี่ยวดึงเนื้อเยื่อใต้ผิวหนังให้ยกตัวขึ้น ส่งผลให้ผิวบริเวณนั้นกระชับขึ้น ไหมก้างปลาเป็นไหมละลาย สามารถร้อยได้ทุกบริเวณที่ต้องการยกกระชับ เช่น หน้าผาก หางตา หว่างคิ้ว ขมับ แก้ม คาง เหนียง เป็นต้น ผลลัพธ์ของการร้อยไหมก้างปลาจะอยู่ได้ประมาณ 1-2

โปรแกรมโบ VS ร้อยไหมให้หน้าเรียว อย่างไหนดีกว่ากัน Read More »

Shopping Cart
Scroll to Top