เมื่อร่างกายต้องเผชิญกับปัจจัยทำร้ายสุขภาพหลากหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นมลภาวะทางอากาศ ฝุ่น PM2.5 สารตกค้างที่อยู่ในน้ำและอาหาร ความเครียด พักผ่อนน้อย รวมถึงพฤติกรรมการใช้ชีวิตที่ไม่เหมาะสม ส่งผลให้ปริมาณสารพิษและของเสียในระบบไหลเวียนโลหิตเพิ่มสูงขึ้น และกลายเป็นอีกหนึ่งสาเหตุสำคัญของการเกิดโรคเรื้อรัง หรือกลุ่มคนที่มีปัญหาไขมันสูงมาก รวมถึงโรคภูมิคุ้มกันทำลายตนเอง (Autoimmune) ที่มีสารอักเสบในร่างกายสูง การทำ DFPP (Double Filtration Plasmapheresis) นวัตกรรมกรองพลาสมาแบบสองชั้น ช่วยทำความสะอาดเลือดด้วยการกำจัดสารไม่พึงประสงค์และสารก่อโรคได้อย่างจำเพาะเจาะจง จึงกลายเป็นอีกหนึ่งทางเลือกเพื่อการฟื้นฟูสุขภาพที่ถูกพูดถึงกันอย่างแพร่หลาย DFPP (Plasmapheresis) คืออะไร? เหมาะกับใครบ้าง? ข้อบ่งชี้ที่ควรรู้ก่อนทำ DFPP บทความนี้ LINNA Clinic (ลินนา คลินิก) รวมคำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการทำ DFPP (Plasmapheresis) เพื่อช่วยให้ผู้อ่านเข้าใจข้อมูลได้อย่างครบถ้วน ก่อนตัดสินใจเข้ารับบริการ
Table of Contents
DFPP (Plasmapheresis) คืออะไร
DFPP หรือ Double Filtration Plasmapheresis เป็นรูปแบบหนึ่งของกระบวนการทำความสะอาดเลือดซึ่งจัดอยู่ในกลุ่ม Plasmapheresis มีจุดเด่นที่การใช้ระบบกรอง 2 ชั้น (Double Filter System) เพื่อคัดแยกพลาสมาออกจากเซลล์เม็ดเลือดรวมถึงสารที่ไม่พึงประสงค์ออกไปให้มากที่สุด เช่น ไขมันในเลือด ไตรกลีเซอไรด์ สารกระตุ้นภูมิแพ้ และโปรตีนที่เกี่ยวข้องกับการอักเสบ จากนั้นจึงคืนพลาสมาที่สะอาดและมีโมเลกุลขนาดเล็กลงกลับเข้าสู่ร่างกายอีกครั้ง โดยใช้พลาสมาหรือของเหลวทดแทนน้อย ไม่เหมือนการทำ Plasmapheresis แบบทั่วไป
หลักการทำงานของ DFPP (Plasmapheresis)
กระบวนการ DFPP เริ่มจากการนำเลือดออกจากร่างกายแล้วส่งไปยังเครื่องกรองระบบปิด โดยเลือดจะไหลผ่านตัวกรองชั้นแรกเพื่อคัดแยกพลาสมาออกจากส่วนประกอบอื่นๆ เช่น เซลล์เม็ดเลือดแดง เซลล์เม็ดเลือดขาวและเกล็ดเลือด และส่งพลาสมาไปยังตัวกรองชั้นที่สองซึ่งมีความจำเพาะในการคัดแยกโมเลกุลขนาดใหญ่หรือสารที่ไม่พึงประสงค์ออก ทำให้พลาสมาสะอาดขึ้นและมีโมเลกุลขนาดเล็กลง จากนั้นจึงคืนพลาสมาเหล่านั้น พร้อมเซลล์เม็ดเลือดและโปรตีนจำเป็นอื่นๆ ที่กรองแยกไว้ในขั้นตอนแรกกลับเข้าสู่ร่างกายตามเดิม
การทำ DFPP (Plasmapheresis) เหมาะกับใครบ้าง?
-
- ผู้ที่มีภาวะไขมันในเลือดสูง
- ผู้ที่มีภาวะเลือดหนืด
- ผู้ที่มีภาวะเบาหวาน
- ผู้ที่มีสารอักเสบในร่างกายสูง
- ผู้ที่มีความผิดปกติของระบบภูมิคุ้มกันบางประเภท
- ผู้ที่ต้องการฟื้นฟูสุขภาพโดยรวมจากภายใน
ทั้งนี้การนำ DFPP เป็นเพียงแนวทางเสริมเพื่อช่วยลดภาระของสารไม่พึงประสงค์ที่อยู่ในกระแสเลือด ไม่สามารถใช้แทนการรักษาหลักและควรอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์เฉพาะรายบุคคลเท่านั้น
กลุ่มที่ควรหลีกเลี่ยงและควรปรึกษาแพทย์ก่อนทำ DFPP (Plasmapheresis)
การทำ DFPP ควรผ่านการประเมินสุขภาพและพิจารณาความเหมาะสมเฉพาะรายบุคคล โดยเฉพาะผู้ที่มีโรคประจำตัวหรืออยู่ระหว่างการรักษาเฉพาะทางเหล่านี้
- ผู้ที่มีภาวะเลือดออกง่ายหรือมีความผิดปกติของการแข็งตัวของเลือด รวมถึงผู้ที่อยู่ระหว่างการใช้ยาที่มีผลต่อการแข็งตัวของเลือด (ควรแจ้งรายการยาที่ใช้ให้แพทย์ทราบทั้งหมด)
- ผู้ที่มีโรคเรื้อรังรุนแรงที่ยังควบคุมอาการของโรคไม่ได้ เช่น โรคหัวใจหรือโรคหลอดเลือดบางชนิด โรคไตวายเรื้อรัง
- ผู้หญิงที่กำลังตั้งครรภ์ หรืออยู่ในช่วงให้นมบุตร รวมถึงผู้หญิงที่อยู่ในช่วงมีประจำเดือน
- ผู้ที่เคยมีประวัติแพ้ยาหรือสารละลายที่ต้องใช้ในกระบวนการกรองเลือด
ทำ DFPP (Plasmapheresis) ใช้เวลานานแค่ไหน
ก่อนเริ่มทำ DFPP แพทย์จะประเมินสุขภาพโดยรวมและผลตรวจเลือด จากนั้นจึงเริ่มกระบวนการกรองเลือดผ่านระบบ DFPP ซึ่งอาจใช้เวลาประมาณ 1.5-2.5 ชั่วโมงต่อครั้ง ทั้งนี้ เวลาที่ใช้แตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับสภาวะร่างกาย และคุณภาพของเลือดในแต่ละบุคคล
ข้อดีของการทำ DFPP (Plasmapheresis)
- ช่วยลดสารไม่พึงประสงค์ที่อยู่ในพลาสมาได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้เลือดสะอาดมากขึ้น ช่วยป้องกันความเสี่ยงของการเกิดโรคเรื้อรังที่อาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพในระยะยาว
- ใช้ระบบกรองพลาสมาแบบ 2 ชั้น ช่วยคัดแยกสารที่ไม่พึงประสงค์ออกจากกระแสเลือดได้อย่างมีความจำเพาะ ช่วยลดโอกาสการสูญเสียพลาสมา โปรตีนและองค์ประกอบสำคัญอื่นๆ ที่อยู่ในเลือดได้ดีกว่าเมื่อเทียบกับการทำ Plasmapheresis แบบทั่วไป
- เป็นแนวทางฟื้นฟูสุขภาพองค์รวมโดยไม่ต้องใช้ยาหรือสารเคมีเข้าสู่ร่างกาย ช่วยลดความเสี่ยงของอาการแพ้และผลข้างเคียงอื่นๆ
- สามารถวางแผนการทำเป็นส่วนหนึ่งของการดูแลสุขภาพแบบองค์รวม ภายใต้การประเมินและดูแลของแพทย์เป็นรายบุคคล
DFPP (Plasmapheresis) มีผลข้างเคียงหรือไม่
ผู้เข้ารับบริการ DFPP อาจพบอาการข้างเคียงที่เกิดขึ้นแบบชั่วคราว เช่น วิงเวียนศีรษะ หน้ามืด อ่อนเพลีย คลื่นไส้ ความดันโลหิตลดต่ำลง รวมถึงอาจรู้สึกเจ็บหรือเกิดรอยช้ำเล็กน้อยบริเวณตำแหน่งที่เจาะเข็ม ซึ่งอาการเหล่านี้ถือว่าไม่รุนแรงและมักดีขึ้นเองภายในไม่กี่ชั่วโมงหรือภายใน 1-3 วัน
DFPP (Plasmapheresis) เจ็บไหม?
โดยทั่วไป ผู้เข้ารับบริการอาจรู้สึกเจ็บเล็กน้อยในช่วงเริ่มต้นของการเปิดเส้นเลือดเพื่อใส่เข็ม หลังจากนั้นจะรู้สึกได้น้อยมากและสามารถนอนพักได้ตลอดกระบวนการ หากมีอาการผิดปกติ เช่น เวียนศีรษะ หนาวสั่น หรือหน้ามืด สามารถแจ้งให้แพทย์ทราบเพื่อปรับเปลี่ยนแผนการบำบัดให้เหมาะสมได้ทันที
DFPP (Plasmapheresis) เห็นผลเมื่อไหร่ ต้องทำกี่ครั้ง?
การตอบสนองหลังทำ DFPP แตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล บางรายอาจรู้สึกถึงความเปลี่ยนแปลงของร่างกายได้หลังจากการทำ DFPP 2-3 ครั้ง ขณะที่บางรายจำเป็นต้องทำอย่างต่อเนื่องตามแผนที่แพทย์ประเมิน ทั้งนี้จำนวนครั้งและความถี่ที่แพทย์แนะนำให้ทำ DFPP ขึ้นอยู่กับสภาวะสุขภาพและเป้าหมายการดูแลของแต่ละบุคคล
DFPP (Plasmapheresis) ทำร่วมกับหัตถการอื่นได้หรือไม่
ในบางกรณี แพทย์อาจพิจารณาให้ DFPP เป็นส่วนหนึ่งของแผนการดูแลสุขภาพแบบองค์รวม และสามารถวางแผนร่วมกับหัตถการอื่นตามความเหมาะสม เช่น การทำคีเลชั่น (Chelation Therapy) EBOO Therapy การรักษาโรคด้วยการใช้ยาหรือการดูแลเฉพาะทาง ขึ้นอยู่กับสภาวะสุขภาพและการตอบสนองต่อการรักษาของแต่ละบุคคล
วิธีดูแลตัวเองก่อน-หลัง ทำ DFPP (Plasmapheresis)
วิธีดูแลตัวเองก่อนทำ DFPP
- ตรวจเลือดเพื่อประเมินร่างกายก่อนเริ่มทำ DFPP โดยจะมีการตรวจหาระดับไขมันในเลือด อัลบูมิน แคลเซียม ระดับภูมิต้านทาน ไฟบริโนเจน ค่าการแข็งตัวของเลือด ความสมบูรณ์ของเม็ดเลือด (CBC) และอื่นๆ ตามที่แพทย์พิจารณาเป็นรายบุคคล
- งดอาหารเสริมหรือยาที่มีผลต่อการแข็งตัวของเลือด (Blood Thinner) เช่น วาฟาริน ยากลุ่ม NOACs แอสไพริน ยาในกลุ่ม NSAIDs วิตามินอี น้ำมันปลา และสารสกัดแปะก๊วย อย่างน้อย 7-10 วัน หรือตามที่แพทย์แนะนำ
- นอนหลับอย่างน้อย 6-8 ชั่วโมง
- ดื่มน้ำให้เพียงพอในช่วง 1-2 วันก่อนทำ
วิธีดูแลตัวเองหลังทำ DFPP
- นอนพักบนเตียงหลังทำเพื่อดูอาการ ประมาณ 30 นาที
- หลีกเลี่ยงกิจกรรมที่ต้องใช้แรงมาก ในช่วง 24 ชั่วโมงแรก
- ดื่มน้ำสะอาดให้มากขึ้น นอนหลับให้เพียงพอ รับประทานอาหารมีประโยชน์ให้ครบหมู่
- งดดื่มแอลกอฮอล์และงดสูบบุหรี่ อย่างน้อย 1 สัปดาห์ เพื่อส่งเสริมกระบวนการฟื้นฟูร่างกาย
- หากมีอาการผิดปกติควรรีบปรึกษาแพทย์
ที่ LINNA Clinic ใช้เครื่อง DFPP จากประเทศอะไร
LINNA Clinic ใช้เครื่อง DFPP ยี่ห้อ Infomed จากประเทศสวิตเซอร์แลนด์
DFPP (Plasmapheresis) มีไส้กรองให้เลือกกี่แบบ
มีไส้กรองให้เลือกทั้งหมด 2 แบบ คือ Infomed 10 (เทียบเท่า EC20W / EC30W) และ Infomed 30 (เทียบเท่า EC40W / EC50W) โดยแพทย์จะเป็นผู้ประเมินและเลือกใช้อย่างเหมาะสม
DFPP (Plasmapheresis) สามารถกรองอะไรออกได้บ้าง
- ไขมันเลว (LDL) และไตรกลีเซอไรด์
- แอนติบอดีที่ผิดปกติ
- สารกระตุ้นการอักเสบ
- โปรตีนโมเลกุลใหญ่บางชนิด
- ลิ่มเลือดผิดปกติ
- ไวรัสที่เป็นอันตรายบางชนิด
- สารพิษและของเสียสะสมในร่างกาย
DFPP (Plasmapheresis) ต่างจาก Plasma Exchange อย่างไร?
ทั้ง DFPP และ Plasma Exchange เป็นกระบวนการทำความสะอาดเลือดในกลุ่ม Plasmapheresis แต่มีหลักการทำงานที่แตกต่างกันดังนี้
- DFPP (Double Filtration Plasmapheresis) เป็นการกรองพลาสมา 2 ขั้นตอน เพื่อคัดแยกเฉพาะโมเลกุลส่วนที่ไม่ต้องการออกไปให้ได้มากที่สุดแล้วเติมพลาสมาส่วนใหญ่กลับเข้าสู่ร่างกาย โดยใช้สารทดแทนอัลบูมิน (Albumin) น้อยกว่ามาก จึงช่วยป้องกันการสูญเสียพลาสมาและโปรตีนสำคัญได้ดีกว่า
- Plasma Exchange เป็นการกรองเลือดแบบดั้งเดิม ด้วยการแยกพลาสมาออกจากเลือดและกำจัดพลาสมาที่ไม่พึงประสงค์ออกไปทั้งหมด จากนั้นจึงเติมสารทดแทนพลาสมากลับเข้าสู่ร่างกายอีกครั้ง ข้อดีคือช่วยลดสารไม่พึงประสงค์บางชนิดได้อย่างรวดเร็ว แต่มีอัตราการสูญเสียพลาสมาและโปรตีนสำคัญสูงกว่าการทำ DFPP
หลังทำ DFPP (Plasmapheresis) ควรทำอะไรต่อเพื่อฟื้นฟูร่างกาย
หลังจากเสร็จสิ้นกระบวนการทำความสะอาดเลือดด้วยการทำ DFPP แพทย์อาจแนะนำให้ทำหัตถการอื่นๆ ควบคู่กันได้ตามความเหมาะสม เช่น EBOO Therapy, Vitamin Drip, Exosome IV, Stem Cells เพื่อช่วยเสริมประสิทธิภาพการฟื้นฟูระดับเซลล์และผลลัพธ์ที่ดียิ่งขึ้น
High Flow DFPP และ Low Flow DFPP ต่างกันอย่างไร
การทำ DFPP สามารถแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มหลักๆ ได้แก่ DFPP แบบ Low Flow การฟอกพลาสมาที่มีอัตราการไหลเวียนเลือดต่ำ สามารถทำได้ภายในคลินิกที่มีมาตรฐาน และ DFPP แบบ High Flow ซึ่งเป็นแบบที่มีอัตราการไหลเวียนของเลือดสูง ต้องเข้าถึงหลอดเลือดขนาดใหญ่บริเวณคอหรือต้นขา ซึ่งจำเป็นต้องดำเนินการในโรงพยาบาลที่มีมาตรฐานเท่านั้น
ที่ LINNA Clinic ดำเนินหัตถการในรูปแบบ Low Flow DFPP เหมาะสำหรับการดูแลสุขภาพและฟื้นฟูร่างกายแบบค่อยเป็นค่อยไป ภายใต้การดูแลอย่างใกล้ชิดโดยทีมแพทย์
หลังทำ DFPP ขับรถได้ไหม?
ผู้เข้ารับบริการบางรายอาจรู้สึกอ่อนเพลีย เวียนศีรษะ หรือความดันเปลี่ยนแปลงเล็กน้อยหลังทำ DFPP เพื่อความปลอดภัยจึงแนะนำให้หลีกเลี่ยงการขับรถด้วยตัวเองในช่วง 24 ชั่วโมงแรกหรือจนกว่าจะหายเป็นปกติ
การทำ DFPP จำเป็นแค่ไหน? เมื่อร่างกายสามารถขับของเสียได้เองตามกระบวนการธรรมชาติ
โดยทั่วไป ร่างกายมีกลไกกำจัดของเสียตามธรรมชาติผ่านตับ ไต และระบบขับถ่ายตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อรักษาสมดุลภายในให้เป็นปกติ อย่างไรก็ตาม เมื่อร่างกายต้องเผชิญปัจจัยกระตุ้นมากขึ้นในชีวิตประจำวัน อาจทำให้ประสิทธิภาพของกระบวนการกำจัดของเสียลดลง มีสารตกค้างในร่างกายมากขึ้นและเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคเรื้อรัง การทำ DFPP จึงเป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการดูแลสุขภาพ ด้วยการช่วยกำจัดและลดสารไม่พึงประสงค์เหล่านั้นออกจากพลาสมาได้อย่างเฉพาะเจาะจง ทำให้เลือดสะอาดขึ้นและส่งผลดีต่อสุขภาพโดยรวม
สรุป
DFPP (Double Filtration Plasmapheresis) นวัตกรรมกรองพลาสมาแบบ 2 ชั้นในกลุ่ม Plasmapheresis เพื่อคัดแยกสารที่ไม่พึงประสงค์ออกจากพลาสมาได้อย่างจำเพาะเจาะจง ช่วยทำความสะอาดเลือด พร้อมส่งเสริมการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันร่างกาย เหมาะสำหรับผู้ที่มีภาวะโรคหลอดเลือด เลือดหนืด โรคภูมิคุ้มกันบางชนิด รวมถึงผู้ที่ต้องการฟื้นฟูสุขภาพได้จากภายใน อย่างไรก็ตาม เพื่อผลลัพธ์ที่ดีและปลอดภัย ควรศึกษาข้อมูลให้ครบด้าน รวมถึงปรึกษาแพทย์ผู้ชำนาญการโดยละเอียดก่อนตัดสินใจเข้ารับบริการ
หากต้องการประเมินความเหมาะสมและวางแผนการดูแลสุขภาพแบบเฉพาะรายบุคคล สามารถปรึกษาทีมแพทย์ของ LINNA Clinic ได้ที่เบอร์ 063-609-8888, WhatsApp +66 919799554 หรือทาง LINE: @linnaclinic ได้เลยค่ะ



