ระบบภูมิคุ้มกันร่างกาย (Immune system) เปรียบเสมือนปราการด่านสำคัญที่คอยเฝ้าระวังและปกป้องร่างกายจากสิ่งแปลกปลอมภายนอก รวมถึงคอยตรวจจับความผิดปกติที่เกิดขึ้นภายใน เช่น เซลล์ที่ได้รับความเสียหาย เนื้องอก และเซลล์มะเร็ง เพื่อรักษาสุขภาพร่างกายให้แข็งแรงอยู่เสมอ อย่างไรก็ตาม เมื่ออายุมากขึ้นประกอบกับปัจจัยที่ต้องเผชิญในชีวิตประจำวัน ทั้งความเครียดสะสม การพักผ่อนที่ไม่เพียงพอ มลภาวะ และการสัมผัสสารเคมีต่างๆ รวมถึงภาวะโรคบางอย่าง อาจส่งผลให้ระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแอลง เสี่ยงต่อการติดเชื้อได้ง่าย ร่างกายฟื้นตัวช้าและอาการของโรคที่รุนแรงขึ้น ด้วยเหตุนี้ แนวทางบำบัดเพื่อฟื้นฟูการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันร่างกายจึงได้รับความสนใจเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะ CIK Cell Therapy ซึ่งเป็นการนำกลุ่มเซลล์เม็ดเลือดขาวของผู้รับบริการมาเพาะเลี้ยงเพื่อเพิ่มปริมาณและประสิทธิภาพของเซลล์ ก่อนส่งกลับเข้าสู่ร่างกายเพื่อช่วยเสริมการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันตามธรรมชาติได้อย่างปลอดภัย CIK Cell Therapy คืออะไร? ทำงานอย่างไร? เหมาะกับใครบ้าง? ข้อควรรู้ก่อนตัดสินใจทำ CIK Cell Therapy LINNA Clinic (ลินนา คลินิก) พร้อมไขทุกคำตอบในบทความนี้
Table of Contents
CIK Cell Therapy คืออะไร
CIK Cell Therapy คือ รูปแบบหนึ่งของการบำบัดร่างกายด้วยเซลล์ภูมิคุ้มกันของตนเอง โดยนำเซลล์เม็ดเลือดขาวชนิดโมโนนิวเคลียสของผู้รับบริการ (Peripheral Blood Mononuclear Cells: PBMC) ซึ่งเป็นสารตั้งต้นในการผลิต CIK Cell (Cytokine-Induced Killer Cell) มาผ่านกระบวนการกระตุ้นและเพาะเลี้ยงภายในห้องปฏิบัติการ เพื่อเพิ่มจำนวนและเสริมศักยภาพการทำงานของเซลล์ด้วยการใช้สารกระตุ้นบางชนิด ได้แก่ Interferon-gamma (IFN-γ), Anti-CD3 antibody และ Interleukin-2 (IL-2) ซึ่งโดยทั่วไปจะใช้เวลาในการสร้างเซลล์ใหม่ที่มีสภาพสมบูรณ์พร้อมใช้ประมาณ 14-21 วัน จากนั้นจึงเติม CIK Cell ที่มีความพร้อมกลับเข้าสู่ร่างกายผ่านทางหลอดเลือดดำอีกครั้ง
CIK Cell คืออะไร? มีหลักการทำงานอย่างไร
CIK Cell (Cytokine-Induced Killer Cell) คือ กลุ่มของเซลล์ในระบบภูมิคุ้มกันชนิดหนึ่งที่ได้จากการคัดแยกเซลล์เม็ดเลือดขาว PBMC ของผู้รับบริการ แล้วนำเข้าสู่กระบวนการเพาะเลี้ยงและกระตุ้นในห้องปฏิบัติการเพื่อเพิ่มจำนวนและเสริมศักยภาพการทำงานของเซลล์ จนได้ CIK Cell ที่มีคุณสมบัติผสมกันระหว่าง Natural Killer cell (NK Cell) และ T Cell จึงช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการตรวจจับและตอบสนองต่อเซลล์ผิดปกติในร่างกาย
หลักการทำงานของ CIK Cell เป็นการผสมผสานความสามารถของระบบภูมิคุ้มกันทั้งสองรูปแบบเข้าด้วยกัน มีหน้าที่หลักในการคอยเฝ้าระวังและตรวจจับเซลล์ผิดปกติ เช่น เซลล์ที่เสียหาย เซลล์ติดเชื้อ และเซลล์มะเร็ง เมื่อพบเป้าหมาย CIK Cell จะตรงเข้าจับกับเซลล์นั้นๆ และปล่อยสารสำคัญ เช่น Perforin และ Granzyme เพื่อทำลายเซลล์ได้ทันที โดยไม่ต้องผ่านกระบวนการระบุหรือจดจำของเซลล์ พร้อมกันนี้ยังช่วยประสานการทำงานของภูมิคุ้มกันผ่านการหลั่งไซโตไคน์ (Cytokines) เช่น Interferon-gamma (IFN-γ), Interleukin-2 (IL-2) และ Interleukin-4 (IL-4) เพื่อกระตุ้นการตอบสนองของเซลล์ภูมิคุ้มกันอื่นๆ รวมถึงช่วยสนับสนุนสมดุลการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันร่างกายโดยรวม
CIK Cell Therapy ช่วยเรื่องอะไรบ้าง
- เพิ่มจำนวนและประสิทธิภาพของเซลล์ภูมิคุ้มกันที่สามารถตรวจจับและทำลายเซลล์ผิดปกติได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำโดยไม่ต้องผ่านกระบวนการระบุหรือจดจำของเซลล์ ซึ่งอาศัยหลักการทำงานของ 2 ระบบภูมิคุ้มกัน ได้แก่ NK Cell และ T Cell จึงมีส่วนช่วยในการควบคุมความรุนแรงของโรค และลดโอกาสการกลับมาเป็นซ้ำ
- ช่วยควบคุมโรคมะเร็ง เพราะ CIK Cell สามารถต่อสู้กับเซลล์ที่กำลังกลายพันธุ์ หรือเซลล์มะเร็งได้โดยตรง
- ช่วยกระตุ้นการทำงานของเซลล์ภูมิคุ้มกันชนิดอื่นๆ รวมถึงช่วยลดการอักเสบในร่างกายผ่านการหลั่งสารไซโตไคน์ที่มีฤทธิ์ต้านการอักเสบ
- ช่วยรักษาสมดุลการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันร่างกายให้มีประสิทธิภาพ ป้องกันภาวะภูมิคุ้มกันทำงานผิดปกติ
- ช่วยสนับสนุนการฟื้นตัวของร่างกาย ลดภาวะภูมิคุ้มกันอ่อนล้า
CIK Cell Therapy เหมาะกับใคร
- ผู้ที่มีประวัติครอบครัวเกี่ยวข้องกับโรคเรื้อรังบางชนิด และมองหาแนวทางเพื่อช่วยกระตุ้นการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันในร่างกาย
- ผู้ที่มีภาวะโรคมะเร็งบางชนิด หรืออยู่ในช่วงพักฟื้นหลังการรักษา
- ผู้ที่อยู่ในภาวะร่างกายอ่อนล้า ภูมิคุ้มกันตก จากอายุที่เพิ่มขึ้น ความเครียด และพฤติกรรมการใช้ชีวิตบางอย่าง
ทั้งนี้ ผู้เข้ารับบริการควรทำความเข้าใจตรงกันว่า CIK Cell Therapy เป็นเพียงกระบวนการบำบัดเพื่อส่งเสริมการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันร่างกายภายใต้ดุลยพินิจของแพทย์ ผลลัพธ์ที่ได้อาจแตกต่างกันในแต่ละบุคคลขึ้นอยู่กับอายุ ภาวะสุขภาพ ระยะของโรค รวมถึงการดูแลตนเอง และไม่สามารถใช้ CIK Cell Therapy เพื่อทดแทนแนวทางการรักษาทางการแพทย์ได้
CIK Cell Therapy ไม่เหมาะกับใคร
- ผู้ที่มีภาวะติดเชื้อเฉียบพลัน หรือมีไข้ ไอ เจ็บคอ มีเสมหะ ควรรอให้ร่างกายกลับเข้าสู่ภาวะปกติก่อนเริ่มกระบวนการบำบัด
- ผู้ที่มีภาวะภูมิคุ้มกันทำงานผิดปกติรุนแรงบางชนิด เช่น โรคภูมิคุ้มกันทำลายตนเอง (Autoimmune Disease)
- ผู้ที่มีโรคประจำตัวที่ยังควบคุมอาการของโรคไม่ได้ เช่น โรคหัวใจล้มเหลวระยะรุนแรง โรคไต
- ผู้ป่วยโรคมะเร็งที่อยู่ระหว่างการให้เคมีบำบัดขนาดสูงหรือมีเม็ดเลือดต่ำ
- ผู้ที่อยู่ระหว่างการใช้ยากดภูมิคุ้มกัน
- ผู้ที่มีภาวะโรคเลือดรุนแรงบางชนิดและผู้ที่มีภาวะเลือดออกง่ายผิดปกติ
- หญิงตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร
CIK Cell Therapy ปลอดภัยไหม?
CIK Cell Therapy เป็นหนึ่งในรูปแบบของการบำบัดร่างกายด้วยการใช้กลุ่มเซลล์เม็ดเลือดขาวของผู้เข้ารับบริการมาผ่านกระบวนการเพาะเลี้ยงภายในห้องปฏิบัติการที่ได้มาตรฐาน อ้างอิงจากกรณีศึกษาพบว่า CIK Cell ที่ได้ ตรวจไม่พบการปนเปื้อนของสารพิษ แบคทีเรีย และเชื้อรา โอกาสที่จะเกิดการแพ้หรือการปฏิเสธของเซลล์น้อย จึงเป็นกระบวนการที่มีความปลอดภัย และไม่เป็นอันตรายต่อร่างกาย อย่างไรก็ตาม การทำ CIK Cell Therapy จะต้องอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์ผู้ชำนาญการ และดำเนินการในสถานพยาบาลหรือคลินิกที่มีการควบคุมคุณภาพอย่างเข้มงวดเท่านั้น
ผลข้างเคียงที่อาจพบได้หลังทำ CIK Cell Therapy
หลังการทำ CIK Cell Therapy อาจมีอาการหนาวสั่น มีไข้ต่ำ หรือรู้สึกอ่อนเพลียเล็กน้อย ซึ่งมักเกิดขึ้นจากการตอบสนองของระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายและมักดีขึ้นภายใน 1-3 วันหลังทำ อย่างไรก็ตาม หากมีอาการผิดปกติหรืออาการไม่ทุเลาลง ควรพบแพทย์ทันที
CIK Cell Therapy ต่างจาก NK Cell Therapy อย่างไร
CIK Cell Therapy และ NK Cell Therapy จัดอยู่ในกลุ่มการบำบัดด้วยเซลล์ภูมิคุ้มกัน (Immune Cell Therapy) เช่นเดียวกัน แต่ต่างกันที่ชนิดของเซลล์และกลไกการทำงาน โดย NK Cell Therapy จะใช้เซลล์ Natural Killer (NK) ซึ่งเป็นเซลล์เม็ดเลือดขาวในระบบภูมิคุ้มกันแต่กำเนิด (Innate Immunity) ไปผ่านกระบวนการเพาะเลี้ยงและกระตุ้นภายนอก ก่อนเติมกลับเข้าสู่ร่างกาย เพื่อช่วยเพิ่มจำนวน NK Cell ในระบบ เสริมประสิทธิภาพในการตรวจจับและทำลายเซลล์เป้าหมายได้อย่างรวดเร็วโดยไม่ต้องอาศัยการจดจำแอนติเจนแบบจำเพาะ
ในขณะที่การทำ CIK Cell Therapy จะใช้เซลล์เม็ดเลือดขาวกลุ่ม PBMC ไปเพาะเลี้ยงและกระตุ้นด้วยสารบางชนิดเพื่อพัฒนาเป็น CIK Cell ซึ่งมีคุณสมบัติผสมกันระหว่าง NK cell และ T cell จึงช่วยเพิ่มศักยภาพการตรวจจับและทำลายเซลล์ผิดปกติได้หลายกลไก ทั้งแบบไม่จำเพาะต่อแอนติเจนและแบบมีความจำเพาะผ่านกลไกของ T cell อย่างไรก็ตาม การเลือกแนวทางที่เหมาะสมควรพิจารณาร่วมกับแพทย์ผู้ชำนาญการ ขึ้นอยู่กับสภาพร่างกายและเป้าหมายหลังการบำบัดของแต่ละบุคคล
CIK Cell Therapy ต่างจาก Stem Cell Therapy อย่างไร
CIK Cell Therapy จะเน้นไปที่การเสริมการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันเป็นหลัก ด้วยการนำกลุ่มเซลล์เม็ดเลือดขาว PBMC ของผู้รับบริการไปเพาะเลี้ยงและกระตุ้นด้วยสารบางชนิดในห้องปฏิบัติการ เพื่อพัฒนาเป็น CIK Cell ซึ่งมีลักษณะการทำงาน 2 กลไก (NK Cell และ T Cell) ทำหน้าที่ตรวจจับ และกำจัดเซลล์ผิดปกติ เช่น เซลล์เสื่อมสภาพ เซลล์ติดเชื้อ และเซลล์มะเร็ง ออกจากร่างกาย
ในขณะที่ Stem Cell Therapy จะมุ่งเน้นไปที่การซ่อมแซมและฟื้นฟูเซลล์ที่เสื่อมสภาพหรือได้รับความเสียหายให้กลับมาทำงานได้ตามปกติ ด้วยการใช้เซลล์ต้นกำเนิดที่สกัดได้จากแหล่งต่างๆ เช่น สะดือ เนื้อเยื่อไขมัน เลือด ไขกระดูกและฟัน ไปผ่านกระบวนการคัดแยกและเพาะเลี้ยง จากนั้นจึงฉีดเซลล์เหล่านั้นกลับเข้าทางหลอดเลือดดำ โดยอาศัยคุณสมบัติของเซลล์ต้นกำเนิดที่สามารถแบ่งตัวและพัฒนาไปเป็นเซลล์เฉพาะทางบางชนิด เช่น เซลล์กระดูก เซลล์กล้ามเนื้อ เซลล์ประสาท และเนื้อเยื่อ รวมถึงความสามารถในการหลั่งสารชีวโมเลกุลเพื่อช่วยลดการอักเสบ ชะลอความเสื่อมของร่างกาย
ขั้นตอนการทำ CIK Cell Therapy
- ปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินสุขภาพอย่างละเอียด โดยแพทย์จะทำการตรวจเลือดและประเมินสุขภาพเพิ่มเติมตามความเหมาะสมในแต่ละเคส
- เจาะเลือดเพื่อเก็บตัวอย่างเลือดจากผู้รับบริการ
- นำเลือดที่ได้มาผ่านกระบวนการเพื่อคัดแยกเอาเฉพาะเซลล์เม็ดเลือดชนิด PBMC (Peripheral Blood Mononuclear Cells) ซึ่งเป็นกลุ่มเม็ดเลือดขาวที่ใช้ตั้งต้นในการผลิต CIK Cell
- นำเซลล์เม็ดเลือด PBMC ไปเพาะเลี้ยงและเพิ่มประสิทธิภาพด้วยสารกระตุ้นภายในห้องปฏิบัติการ โดยกระบวนการนี้จะใช้เวลาประมาณ 14-21 วัน เพื่อให้ได้ CIK Cell ที่มีศักยภาพและมีปริมาณเพียงพอ
- เติม CIK Cell ที่มีความพร้อมกลับสู่ร่างกายของผู้รับบริการทางหลอดเลือดดำ ในปริมาณและความเร็วที่เหมาะสม
- สังเกตอาการหลังการบำบัด หลังจากนั้นผู้รับบริการสามารถเดินทางกลับบ้านได้โดยไม่ต้องพักฟื้นที่คลินิก
กระบวนการของ CIK Cell Therapy อาจใช้ระยะเวลาหลายสัปดาห์ ผู้รับบริการควรเตรียมความพร้อมเรื่องเวลาที่ต้องใช้ให้เหมาะสม และเข้าพบแพทย์ตามนัดหมาย ไม่เลื่อนนัดโดยไม่จำเป็น
การเตรียมตัวก่อนเข้ารับการบำบัด
- พบแพทย์เพื่อประเมินสุขภาพ ตรวจเลือดและร่างกายตามความเห็นแพทย์ รวมถึงแจ้งประวัติโรคประจำตัว ยารักษาโรคและอาหารเสริมที่ใช้อยู่ประจำให้แพทย์ทราบโดยละเอียด เพื่อประเมินความเสี่ยงก่อนทำ
- งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ งดบุหรี่ล่วงหน้าอย่างน้อย 3-7 วันก่อนทำ
- งดยาเคมีบำบัด ยากดภูมิ และยาฆ่าเชื้อบางชนิด ตามคำสั่งแพทย์
- นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ อย่างน้อย 7-8 ชั่วโมง และหลีกเลี่ยงกิจกรรมที่ทำให้ร่างกายอ่อนล้าโดยเฉพาะก่อนวันเก็บเลือด
- ดื่มน้ำสะอาด 1.5-2 ลิตร
- ดูแลร่างกายให้อยู่ในสภาวะปกติ ไม่มีอาการติดเชื้อหรืออักเสบ เช่น ไข้ ไอ ท้องเสีย หรือมีแผลอักเสบ ผู้หญิงที่อยู่ในช่วงมีประจำเดือน ควรแจ้งแพทย์เพื่อประเมินและพิจารณาเลื่อนการเก็บเซลล์เม็ดเลือดตามความเหมาะสม
การดูแลตัวเองหลังทำ CIK Cell Therapy
- พักผ่อนให้เพียงพอ เพื่อช่วยให้ร่างกายสามารถฟื้นฟูได้เต็มที่
- ดื่มน้ำสะอาดให้ได้อย่างน้อยวันละ 1.5-2 ลิตร
- หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ งดสูบบุหรี่ อย่างน้อย 3-7 วันหลังทำ รวมถึงเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ให้ครบ 5 หมู่เป็นประจำ
- หลีกเลี่ยงกิจกรรมที่ใช้แรงหนักหรือทำให้ร่างกายรู้สึกอ่อนล้าในช่วง 1-2 วันแรก
- เข้าพบแพทย์ตามกำหนดนัดเพื่อติดตามผลหลังการบำบัด
- หากสังเกตพบความผิดปกติ เช่น มีไข้ หนาวสั่น หรืออ่อนเพลียมากผิดปกติ ควรพบแพทย์ทันที
สรุป
CIK Cell Therapy คือหนึ่งในแนวทางการดูแลสุขภาพและเสริมภูมิคุ้มกันจากภายใน ด้วยการใช้ CIK Cell ซึ่งมีต้นกำเนิดจากเซลล์เม็ดเลือดขาวชนิด PBMC ของผู้รับบริการ มาผ่านกระบวนการเพาะเลี้ยงเพื่อเพิ่มปริมาณและประสิทธิภาพของเซลล์ แล้วจึงเติมกลับเข้าสู่ร่างกายผ่านทางเส้นเลือดดำเพื่อช่วยเสริมการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันตามธรรมชาติ เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการดูแลสุขภาพแบบองค์รวม ผู้ที่มีโรคเรื้อรัง โรคมะเร็ง และผู้มีภาวะภูมิคุ้มกันอ่อนล้า อย่างไรก็ตาม CIK Cell Therapy ไม่ใช่วิธีการรักษาโรคจึงไม่สามารถใช้ทดแทนการรักษามาตรฐานทางการแพทย์ได้ การตัดสินใจเข้ารับบริการควรอยู่ภายใต้การประเมินสุขภาพอย่างละเอียดและดุลยพินิจของแพทย์ผู้ชำนาญการ ผลลัพธ์ที่ได้แตกต่างกันในแต่ละบุคคลตามอายุ ระยะของโรค สภาพร่างกายและการดูแลตัวเองของแต่ละบุคคล
หากคุณกำลังมองหาทางเลือกใหม่เพื่อการดูแลและฟื้นฟูสุขภาพจากภายใน สามารถติดต่อเข้ามาที่ LINNA Clinic เพื่อวางแผนการดูแลสุขภาพเฉพาะรายบุคคล ดูแลทุกขั้นตอนโดยแพทย์ประจำคลินิก ที่พร้อมตอบคำถามและให้ข้อมูลอย่างครบถ้วนก่อนตัดสินใจ ติดต่อเบอร์ 063-609-8888, WhatsApp +66 919799554 หรือทาง LINE: @linnaclinic ได้เลยค่ะ


