PRP อีกหนึ่งวิธีทำให้หน้าใส !

คำว่า PRP ในมุมมองของบางคนอาจคิดว่าน่ากลัว แต่ความจริงคือไม่น่ากลัวอย่างที่คิดเลยนะคะ ปัจจุบัน PRP ค่อนข้างเป็นที่นิยมมาก เรามาดูกันดีกว่าว่าจริงๆแล้ว PRP คืออะไร ทำงานยังไง และช่วยให้หน้าเราใสได้อย่างไร

PRP (PLATELET-RICH PLASMA) เทคนิคใหม่ทางการแพทย์ในการฉีด GROWTH FACTOR เพื่อกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ฟื้นฟูให้ผิวกลับมาเปล่งปลั่งสดผิวขาวใสอีกครั้ง แก้ไขปัญหา ผิวหย่อนคล้อย จากการเสื่อมของคอลลาเจน เทคนิคการรักษาแบบนี้ได้นิยมในแถบยุโรปและอเมริกา และเป็นที่นิยมอย่างมากในประเทศเกาหลี เพราะผลลัพธ์ของการเปลี่ยนแปลงที่ทำให้ดูสวยเป็นธรรมชาติ มีความปลอดภัยจากความเสี่ยงต่อการติดเชื้อและการแพ้สารประกอบ (Allergy) โดยในเกร็ดเลือดมีสารตัวหนึ่งที่ เรียกว่า Growth Factor เป็นสารกระตุ้นให้เกิดการเติบโตเร็วกว่าปกติ เซลล์ที่ว่านี้ ก็คือ เซลล์ Fibroblast ซึ่งเป็นเซลล์ที่สร้างคอลลาเจนให้ใบหน้าดูอ่อนวัยและผิวขาวใสขึ้น

สารต่างๆใน PRP นั้นประกอบไปด้วย

  1. Platelet-derived growth factor (PDGF)
  2. Transforming growth-factor-beta TGF-b)
  3. Vascular endothelial growth factor (VEGF)
  4. Epidermal growth factor (EGF)
  5. Fibroblast growth factor-2 (FGF-2)
  6. Insulin-like growth factor (IGF)

ขั้นตอนการทำ PRP

  1. ดูดเลือดจากต้นแขนมาประมาณ 20-30 cc
  2. นำเลือดเข้าสู่กระบวนการปั่นแยกเกล็ดเลือดที่สมบูรณ์ไปด้วย Growth Factor ในเครื่อง Centrifuge
  3. แยกเกล็ดเลือดที่สมบูรณ์และเข้มข้นออกจากเกล็ดเลือดปกติ
  4. นำเกร็ดเลือดที่สมบูรณ์ ฉีดบนผิวหนังบริเวณที่ต้องการแก้ไข

ผลลัพธ์ ที่ได้จากการทำ PRP (Platelet-Rich Plasma)

  1. ช่วยฟื้นฟูบำรุงซ่อมแซมเซลล์ผิว ที่เป็นสาเหตุของความหย่อนคล้อย ให้ผิวกระชับเต่งตึง
  2. กระตุ้นคอลลาเจน ลดการเกิดริ้วรอยก่อนวัย ให้ผิวอ่อนเยาว์ขึ้น
  3. ช่วยกระตุ้นการสร้างเซลล์ผิวใหม่ แก้ปัญหาหลุมสิว รูขุมขน และแผลเป็นต่างๆ
  4. ลดปัญหาสีผิวหมองคล้ำ ไม่สม่ำเสมอ ปรับสภาพผิวหน้าให้ ผิวขาวใส ดูเงา ขาวอมชมพู
  5. ทำให้ผิวอิ่มน้ำ หน้าฉ่ำวาว นุ่มฟู

เห็นถึงประโยชน์และความง่ายในการทำ PRP แล้วใช่ไหมคะ หากใครอยากหน้าใสฉ่ำวาวแนะนำให้ลองทำ PRP แต่ควรศึกษาและดูข้อมูลของคลินิก เลือกคลินิกที่ได้มาตรฐานเพื่อความปลอดภัยของตัวเราเองนะคะ

บทความที่เกี่ยวข้อง

เติมไขมัน หน้าเด็ก เสริมความอ่อนเยาว์ ย้อนวัยได้ทันตา

หนึ่งในหัตถการยอดนิยม ที่ช่วยให้ผู้ทำหัตถการมีใบหน้าที่ดูอ่อนเยาว์มากยิ่งขึ้น ตอบโจทย์ได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับผู้ที่มีอายุ หรือย่างเข้าสู่วัย 30 ปี ขึ้นไป ที่เริ่มรู้สึกว่าใบหน้าเริ่มมีความหย่อนคล้อย ผิวพรรณดูไม่เปล่งปลั่งดังเดิม คือ การเติมไขมันหน้า อีกหนึ่งเทคนิคที่น่าสนใจเป็นอย่างมาก Table of Contents การเติมไขมันคืออะไร? การเติมไขมันหน้าเด็ก (Fat Grafting / Fat Transfer) คือ กระบวนการนำไขมันส่วนเกินจากร่างกายของเราเอง เช่น จากบริเวณหน้าท้อง ต้นขา หรือสะโพก มา ฉีดเติมเต็มลงบนใบหน้า เพื่อช่วยแก้ปัญหาใบหน้าตอบ แก้มตอบ ร่องลึก หรือริ้วรอยที่ทำให้หน้าดูมีอายุ ให้ใบหน้ากลับมาดูอิ่มฟูและอ่อนเยาว์ขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ ทำไมการเติมไขมันช่วยให้หน้าเด็กลง? การเติมไขมันช่วยให้หน้าเด็กลงได้เพราะ เซลล์ไขมันมีคุณสมบัติในการเติมเต็มและฟื้นฟูผิว โดยตรง ซึ่งช่วยแก้ปัญหาที่ทำให้ใบหน้าดูมีอายุ เช่น ความหย่อนคล้อย ร่องลึก หรือความแบนของใบหน้า โดย เพิ่มความอิ่มฟูของผิว: ทำให้ใบหน้าดูมีมิติ ไม่ตอบหรือแบนเกินไป เมื่ออายุมากขึ้น ไขมันบนใบหน้าจะค่อยๆ สลายตัว การเติมไขมันจึงช่วยเพิ่มปริมาณไขมันในจุดที่ขาดหาย ทำให้ใบหน้ากลับมาดูอิ่มฟูและเต่งตึงมากยิ่งขึ้น ลดริ้วรอยและร่องลึก:

Juvelook หัตถการยอดนิยม เติมเต็มผิวสวยจากภายใน

เมื่อเรามีอายุที่มากขึ้น แน่นอนว่ากลไกการสร้างคอลลาเจนที่ผิวนั้น ก็ลดลงตามไปด้วย ทำให้เราดูแก่และดูมีอายุตามไปด้วย การเติมและกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนให้กับผิว จึงกลายเป็นตัวช่วยที่ทำให้ผิวพรรณของเรากลับมาดูเปล่งปลั่ง อ่อนเยาว์ ดูอ่อนกว่าวัยได้อีกครั้ง และหนึ่งในหัตถการยอดนิยมที่หลายๆ คนเลือกก็คือการทำ Juvelook นั่นเอง Table of Contents Juvelook คืออะไร Juvelook หรือที่ใครหลายๆ คนคุ้นเคยกันในชื่อของ “ไหมน้ำ” (Hybrid Biostimulator) เป็นสารกระตุ้นคอลลาเจนชนิดหนึ่งที่ผสมระหว่าง Poly-D,L-lactic acid (PDLLA) ซึ่งเป็นสารกระตุ้นคอลลาเจน กับ กรดไฮยาลูโรนิก (Hyaluronic Acid: HA) ช่วยกระตุ้นคอลลาเจนใหม่ใต้ผิวหนัง ทำให้ผิวพรรณเต่งตึง กระชับ ดูอ่อนเยาว์อย่างเป็นธรรมชาติ หลักการทำงานของ Juvelook Juvelook เมื่อฉัดเข้าไปในผิวแล้ว จะเข้าไปช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้แก่ผิว ทำให้ผิวอิ่มน้ำ ดูฟู ดูสดใสขึ้นในทันที หลังจากนั้น PDLLA ใน Juvelook จะช่วยกระตุ้นการผลิตคอลลาเจนใหม่ใต้ผิว (Type I และ Type III)

ฉีดวิตามินผิว กับ ดริปวิตามินผิว ต่างกันอย่างไร อันตรายไหม กี่ครั้งเห็นผล อยู่ได้นานแค่ไหน

ปัจจุบันที่เราต้องเผชิญกับ การพักผ่อนที่ไม่เพียงพอ ก็ล้วนแล้วแต่ส่งผลกับสุขภาพผิวของเราแทบทั้งสิ้น อีกทั้งอาหารที่เรารับประทานในแต่ละวันก็อาจทำให้เราไม่ได้รับวิตามินในปริมาณที่เพียงพอต่อร่างกาย ก็อาจทำให้ผิวของเราหมองคล้ำ ดูไม่มีชีวิตชีวา การเสริมด้วยวิตามินเข้มข้น ก็จะช่วยให้ผิวพรรณเปล่งปลั่งขึ้นมาได้ Table of Contents ดริปวิตามิน (Vitamin Drip) คืออะไร การดริปวิตามิน (Vitamin Drip) ก็คือ วิธีการให้อาหารเสริมในรูปแบบวิตามินและแร่ธาตุผ่านทางหลอดเลือดดำ (Intravenous Therapy) โดยการผสมวิตามินเข้ากับน้ำเกลือ และส่งเข้าสู่กระแสเลือดโดยตรงผ่านสาย IV วิธีนี้ช่วยให้ร่างกายได้รับสารอาหารในปริมาณที่เข้มข้น และสามารถดูดซึมได้ทันทีโดยไม่ต้องผ่านกระบวนการย่อยในระบบทางเดินอาหาร อีกทั้งวิตามินที่ได้รับนั้น ยังมีปริมาณที่มากกว่า เมื่อเทียบกับการกินวิตามิน เพราะการกินวิตามินอาจถูกจำกัดหรือสูญเสียวิตามินบางส่วนไป ผ่านการดูดซึมของลำไส้ นอกจากนี้ การดริปวิตามินยังให้ผลลัพธ์ที่ชัดเจนและรวดเร็วกว่า ทำให้ร่างกายที่อ่อนล้านั้น ได้รับการฟื้นฟูได้อย่างรวดเร็วมากยิ่งขึ้น ฉีดวิตามินผิว กับ ดริปวิตามิน (Vitamin Drip) ต่างกันอย่างไร การฉีดวิตามินผิว และ ดริปวิตามิน (Vitamin Drip) นั้น ต่างก็มีจุดมุ่งหมายเดียวกันคือการฟื้นฟูและเพิ่มความเปล่งปลั่ง มีชีวิตชีวาให้แก่ให้ผิว แต่มีความแตกต่างในกระบวนการและผลลัพธ์ที่ได้ การฉีดวิตามินผิวจะเป็นการการฉีดวิตามินในปริมาณที่กำหนดเข้าสู่หลอดเลือดดำผ่านไซริงค์ โดยแพทย์จะเป็นผู้ทำการฉีดให้ ซึ่งต้องใช้ความชำนาญสูง ทำให้มีความเสี่ยงหากมีการผลักตัวยาเร็วเกินไป

Shopping Cart
Scroll to Top