เมื่อเรามีอายุที่มากขึ้น แน่นอนว่ากลไกการสร้างคอลลาเจนที่ผิวนั้น ก็ลดลงตามไปด้วย ทำให้เราดูแก่และดูมีอายุตามไปด้วย การเติมและกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนให้กับผิว จึงกลายเป็นตัวช่วยที่ทำให้ผิวพรรณของเรากลับมาดูเปล่งปลั่ง อ่อนเยาว์ ดูอ่อนกว่าวัยได้อีกครั้ง และหนึ่งในหัตถการยอดนิยมที่หลายๆ คนเลือกก็คือการทำ Juvelook นั่นเอง
Table of Contents
Juvelook คืออะไร
Juvelook หรือที่ใครหลายๆ คนคุ้นเคยกันในชื่อของ “ไหมน้ำ” (Hybrid Biostimulator) เป็นสารกระตุ้นคอลลาเจนชนิดหนึ่งที่ผสมระหว่าง Poly-D,L-lactic acid (PDLLA) ซึ่งเป็นสารกระตุ้นคอลลาเจน กับ กรดไฮยาลูโรนิก (Hyaluronic Acid: HA) ช่วยกระตุ้นคอลลาเจนใหม่ใต้ผิวหนัง ทำให้ผิวพรรณเต่งตึง กระชับ ดูอ่อนเยาว์อย่างเป็นธรรมชาติ
หลักการทำงานของ Juvelook
Juvelook เมื่อฉัดเข้าไปในผิวแล้ว จะเข้าไปช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้แก่ผิว ทำให้ผิวอิ่มน้ำ ดูฟู ดูสดใสขึ้นในทันที หลังจากนั้น PDLLA ใน Juvelook จะช่วยกระตุ้นการผลิตคอลลาเจนใหม่ใต้ผิว (Type I และ Type III) โดยจะค่อยๆ สร้างขึ้นอย่างต่อเนื่อง 3-6 เดือนหลังจากฉีด จากนั้นผิวจะค่อยๆ มีความหนาแน่น แข็งแรง ริ้วรอยต่างๆ และรูขุมขนจะค่อยๆ เล็กลง ทำให้ผิวหน้ากระชับและเรียบเนียน
Juvelook ปลอดภัยหรือไม่ ?
การฉีด Juvelook นั้น ค่อนข้างมีความปลอดภัยสูง หากเป็นผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการรับรอง เช่น การรับรองจากเกาหลี KFDA หรือ การรับรองจากยุโรป CE การรับรองจาก สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (Food and Drug Administration: FDA) เป็นต้น ทั้งนี้ยังต้องได้รับการฉีดโดยแพท์ผู้ชำนาญการ และการดูแลหลังฉีดอย่างถูกต้อง
ข้อดี ข้อสังเกต ของ Juvelook
Juvelook นั้น ถือเป็นการทำหัตถการที่ได้รับความนิยมและค่อนข้างเห็นผลลัพธ์อย่างเห็นได้ชัดหลังทำทันที แต่อย่างไรก็ตามการฉีด Juvelook ก็ยังมีข้อสังเกตในการทำอยู่บ้างเช่นเดียวกัน
ข้อดี
- เติมเต็มความชุ่มชื้นให้กับผิวโดยไม่อัดแน่นจนเกินไป ทำให้ผลลัพธ์ดูเป็นธรรมชาติ
- ช่วยกระตุ้นคอลลาเจนในระยะยาว สร้างคอลลาเจนใหม่ในผิว ทำให้ริ้วรอย รูขุมขน และโครงสร้างผิวดีขึ้นเรื่อยๆ
- สามารถฉีดได้หลายบริเวณ เช่น ร่องแก้ม ใต้ตา หลังมือ คอ ริ้วรอยบริเวณต่างๆ เป็นต้น
- ระยะเวลาในการพักฟื้นน้อย สามารถใช้ชีวิตประจำวันอย่างได้ปกติ
- มีความปลอดภัยสูง
ข้อสังเกต
- Juvelook ให้ความชุ่มชื้นแก่ผิวทันทีหลังทำ แต่ในส่วนของการกระตุ้นคอลลาเจนนั้นต้องใช้ระยะเวลาจึงจะเห็นการเปลี่ยนแปลงอย่างเต็มที่
- อาจมีการระคายเคืองหลังฉีดเล็กน้อย เช่น อาการบวม แดง ช้ำ มักจะหายได้ในไม่กี่วัน
- ควรฉีดโดยแพทย์ผู้ชำนาญการ เพื่อผลลัพธ์ที่มีประสิทธิภาพ แม่นยำ และปลอดภัย
Juvelook แตกต่างจากฟิลเลอร์, สกินบูสเตอร์ และ Rejuran อย่างไร
Juvelook เป็น สารกระตุ้น คอลลาเจนที่ช่วยให้ผิวดูชุ่มชื้นขึ้นทันทีหลังฉีด ทั้งยังช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่อย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ผิวพรรณกระชับ แข็งแรงขึ้น ริ้วรอยจางลง อีกทั้งผลลัพธ์ยังอยู่ได้นาน 12-18 เดือน
Filler เป็น สารเติมเต็ม ส่วนที่ขาดบนผิวหน้า เห็นผลลัพธ์ทันทีหลังทำ นิยมใช้เติมเต็มร่องแก้ม คาง จมูก ขมับ ใต้ตา หรือปรับรูปหน้า ฯลฯ แต่ Filler ไม่ได้ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ ผลลัพธ์ของการฉีดฟิลเลอร์นั้นจะคงอยู่ประมาณ 6-18 เดือน
Skin Booster เป็นการฉีดสารบำรุง เช่น กดไฮยาลูโรนิก วิตามิน สารต้านอนุมูลอิสระ กรดอะมิโน ฯลฯ ลงไปในผิว เพื่อทำให้ผิวมีความชุ่มชื้น กระจ่างใส ดูฉ่ำวาว แต่ Skin Booster นั้นอาจไม่ได้ตอบโจทย์สำหรับการแก้ปัญหาในเรื่องของร่องลึกและความหย่อนคล้อยได้ผลลัพธ์ยาวนานมากนัก เพราะผลลัพธ์จะอยู่ประมาณ 6-12 เดือน ต้องอาศัยการทำซ้ำบ่อยกว่า
Rejuran เป็นสารสกัด DNA จากปลาแซลมอนธรรมชาติ เป็นสาร Polynucleotide (PN/PNN) มีคุณสมบัติสำคัญนั่นก็คือ การซ่อมแซมและฟื้นฟูผิว ช่วยกระตุ้น ลดการอักเสบ ทำให้ผิวมีความแข็งแรงขึ้นจากภายใน เหมาะสำหรับคนที่แพ้ง่าย ผิวบอบบาง โดยผลลัพธ์จะค่อยๆ ชัดเจนขึ้นภายใน 2-4 สัปดาห์ หลังทำ แต่ก็มีข้อควรระวังคือ ไม่เหมาะสำหรับคนที่แพ้ปลาทะเลหรือปลาแซลมอน ทั้งยังต้องฉีดหลายๆ ครั้งเพื่อให้เกิดผลลัพธ์ที่ชัดเจนยิ่งขึ้น
Juvelook นั้นไม่ใช่การ “เติมสาร” เข้าไปอย่างเดียวเหมือนฟิลเลอร์ แต่เป็นการ “กระตุ้นผิวให้ซ่อมแซมและสร้างใหม่” จากภายใน ทั้งยังกระตุ้นคอลลาเจนได้นาน คุ้มค่าในระยะยาว เหมาะทั้งกับผิวทั่วไปและกับผู้ที่มีผิวบอบบาง
Juvelook กับการรักษาหลุมสิว
การฉีด Juvelook เป็นอีกหนึ่งหัตถการที่ได้รับความนิยมในคลินิกผิวหนังและความงาม เพราะช่วยกระตุ้นการเกิดการสร้างคอลลาเจน ช่วยปรับปรุงให้เกิดการเติมเต็มผิว ทำให้ผิวที่ไม่เรียบเนียนหรือหลุมสิวนั้น ได้รับการเติมเต็มและค่อยๆ ตื้นขึ้น โดยไม่ทำให้ดูบวมหรือหนาจนไม่เป็นธรรมชาติ ซึ่งหลุมสิวที่เหมาะกับการ Juvelook นั้น เช่น หลุมสิว rolling scars หลุมสิว boxcar scars ผิวที่ต้องการความแน่น หรือผิวที่สูญเสียคอลลาเจน เป็นต้น
Juvelook กับการทำร่วมกับหัตถการอื่นๆ
นอกจากความนิยมที่ค่อนข้างมากในปัจจุบัน Juvelook ยังสามารถทำร่วมกับหัตถการอื่นๆ ได้ โดยไม่ก่อให้เกิดอันตราย หากได้รับการทำหัตถการโดยแพทย์ผู้ชำนาญการ โดยหัตถการที่นิยมทำร่วมกับ Juvelook นั้น ได้แก่
- HIFU
- Ulthera, RF หรือกลุ่มเครื่องยกกระชับอื่นๆ
- Laser เช่น Fractional CO2 Pico Laser หรือ YAG
- Rejuran
- Exosome หรือ Regenerative Boosters
- Bo
- Filler
- Collagen Biostimulators ในบริเวณอื่นๆ
Juvelook เหมาะกับใคร และมีค่าใช้จ่ายประมาณเท่าไร ?
การฉีด Juvelook นั้น เหมาะสำหรับความต้องการที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น ผู้ที่เริ่มมีปัญหาหรือสัญญาของ Aging ไม่ว่าจะเป็นผิวหย่อนคล้อย ผิวไม่แน่น ไม่ชุ่มชื้น ผู้ที่มีริ้วรอย มีหลุมสิว หรือรูขุมขนกว้าง และในส่วนของค่าใช้จ่ายเองนั้น หากทำโดยคลินิกที่มีมาตรฐานและแพทย์ผู้ชำนาญการ จะอยู่ในช่วงราคาตั้งแต่ 15,xxx – 19,xxx บาท หากเมื่อเทียบกับผลลัพธ์ที่ได้ในระยะยาวแล้วนั้นถือว่าคุ้มค่าเลยทีเดียว
การดูแลก่อนและหลังทำ Juvelook
สำหรับการดูแลผิวหน้าทั้งก่อนและหลังทำ Juvelook นั้น ก็คล้ายกันกับการทำหัตถการทั่วไป โดย
- หลีกเลี่ยงยาที่มีผลทำให้เลือดออกง่าย
- ควรงดดื่มแอลกอฮอล์ 24-48 ชั่วโมงก่อนทำหัตถการ
- หลีกเลี่ยงการทำหัตถการที่มีความรุนแรงก่อนหน้า
- ไม่ควรฉีด Juvelook ในช่วยที่ผิวหน้ามีการอักเสบ ผิวติดเชื้อ หรือมีผดผื่น ควรรักษาให้หายก่อนเข้ารับหัตถการ
ในส่วนของการดูแลหลังทำนั้น ควรหลีกเลี่ยงการ อบไอน้ำ ซาวน่า ออกกำลังกายหนัก การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ในช่วย 48-72 ชั่วโมงแรกหลังทำหัตถการ และนอกจากนี้หลังทำอาจพบอาการ บวมเล็กน้อย หรือ กดแล้วเจ็บ แต่จะอาการจะดีขึ้นภายใน 3-7 วัน หากอาการยังไม่ดีขึ้น ควรเข้ารับคำปรึกษาจากแพทย์ผู้ชำนาญการ
กี่วันเข้าที่ กี่วันเห็นผล
สำหรับการฉีด Juvelook นั้น ภายหลังทำหัตถการ ตุ่มที่เกิดขึ้นจากการฉีดจะกลืนไปกับผิวภายนวันรุ่งขึ้น เนื่องจากโมเลกุลของ Juvelook สามารถกลืนไปกับผิวได้ดี โดยทั่วไปรอยเข็มจะจางไปใน 1-3 วันแรก หากมีรอยช้ำ จะจางลงภายใน 3-7 วัน และจะเริ่มเข้าที่ประมาณ 5-10 วัน หลังทำ ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล
สำหรับผลลัพธ์นั้น ในระยะสั้น จะทำให้ผิวฟู ชุ่มชื้นขึ้นทันทีภายหลังทำหัตถการ และจะชัดแจนภายใน 1-7 วันแรก ในส่วนของผลลัพธ์ระยะยาว Juvelook จะเข้าไปทำหน้าที่กระตุ้นคอลลาเจนจากภายใน ทำให้ผิวหน้าดูแน่นขึ้นภายใน 3-4 สัปดาห์ จะชัดขึ้นภายใน 6-12 สัปดาห์ และจะเห็นผลลัพธ์อย่างเต็มที่ใน 2-3 เดือนหลังทำหัตถการ
อยู่ได้นานแค่ไหน
ในส่วนของผลลัพธ์ในระยะยาวนั้น จะสามารถอยู่ได้นาน 12-18 เดือน ขึ้นอยู่กับปัจจัยอื่นๆ ประกอบ ไม่ว่าจะเป็น สภาพผิว อายุ การดูแลหลังทำหัตถการ และจำนวนครั้งที่ฉีด
ฉีด Juvelook เจ็บหรือไม่ ?
การฉีด Juvelook โดยทั่วไป ผู้ที่ได้รับหัตถการจะรู้สึกเจ็บบ้าง แต่อยู่ในระดับที่ทนได้ อีกทั้งระดับของความเจ็บจะขึ้นอยู่กับพื้นที่บริเวณตำแหน่งที่ฉีด เทคนิคของแพทย์ผู้ชำนาญการ รวมถึงความไวต่อความเจ็บของแต่ละคน ทั้งนี้ที่คลิกนิกมักจะมีการทายาชาเพื่อลดความเจ็บปวดให้กับคนไข้อยู่แล้ว ทำให้ผู้ได้รับหัตถการสามารถคลายความกังวลในเรื่องนี้ไปได้เลย
Juvelook จะต้องฉีดกี่ครั้ง จึงจะเห็นผลลัพธ์ชัดเจน
สำหรับการฉีด Juvelook นั้น ในกรณีของผิวหน้าทั่วไป เช่น ริ้วรอยไม่ลึกมาก หรือผิวไม่แน่น ควรทำประมาณ 2-3 ครั้ง โดยเว้นระยะประมาณ 3-6 สัปดาห์ต่อครั้ง ในส่วนของผู้ที่มีปัญหาหลุมสิว ผิวไม่เรียบเนียน อยู่ที่ประมาณ 3-4 ครั้ง โดยบางรายที่มีหลุมสิวที่ลึกมาก อาจจะต้องมีการทำร่วมกับหัตถการอื่น และสำหรับกรณีที่ทำใต้ตา จะอยู่ที่ประมาณ 2-3 ครั้ง ทั้งนี้ผลลัพธ์ของ Juvelook นั้น จะค่อยๆ เห็นได้อย่างชัดเจนภายใน 6-12 สัปดาห์ และเต็มที่ใน 2-3 เดือน หลังทำ เนื่องจาก Juvelook จำเป็นต้องรอการสร้างคอลลาเจนใหม่ เพื่อให้ผลลัพธ์ที่มีประสิทธิภาพสูงสุด
Juvelook จึงเป็นอีกหนึ่งหัตถการที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก เพราะนอกจากจะเห็นผลลัพธ์ได้ชัดเจน มีประสิทธิภาพแล้วนั้น ก็ยังช่วยเสริมสร้างคอลลาเจนใหม่ ให้ผิวหน้าดูชุ่มชื้น แน่น อิ่มฟู จากภายใน ส่งผลต่อผิวหน้าที่ดีในระยะยาว อย่างไรก็ตาม การฉีด Juvelook ก็ยังต้องอาศัยคลินิกที่ได้มาตรฐาน มีความปลอดภัยสูง และได้รับการฉีดโดยแพทย์ผู้ชำนาญการ ที่ LINNA Clinic เรามีบริการให้คำปรึกษาและคำแนะนำสำหรับผู้ที่ต้องการฉีด Juvelook โดยแพทย์ผู้ชำนาญการ ผู้ที่สนใจสามารถติดต่อเข้ามาสอบถามได้ที่ LINE: @linnaclinic // WhatsApp +66 919799554



