โปรแกรมโบ

โหงวเฮ้งผู้หญิง มีเสน่ห์ โหงวเฮ้งใบหน้า ผู้หญิง เสริมเสน่ห์ สร้างบารมี ปรับหน้าสวยทั้งทีต้องดีทุกด้าน

โหงวเฮ้งผู้หญิง มีเสน่ห์ ความสวยที่ไม่ใช่แค่เพียงถูกหลักความงามทางวิทยาศาสตร์อย่าง Golden Ratio แต่ยังต้องสอดคล้องเข้ากับหลักโหงวเฮ้ง (Mien Shiang) ศาสตร์ของการทำนายทายทักคุณสมบัติและอุปนิสัยของแต่ละบุคคลได้จากลักษณะภายนอก มากไปกว่านั้นคุณผู้หญิงหลายๆ ท่านยังมีความเชื่อว่าโหงวเฮ้งใบหน้าที่ดีจะช่วยเสริมสร้างเสน่ห์ทำให้ใบหน้าสวยงามน่ามองทั้งยังเป็นการช่วยเติมเต็มพลังบวกดึงดูดแต่เรื่องดีๆ ส่งเสริมให้ประสบความสำเร็จในหลากหลายด้านของชีวิตไม่ว่าจะเป็นการเงิน การงาน สุขภาพ ความรักและครอบครัว สาวๆ คนไหนที่กำลังศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับโหงวเฮ้งใบหน้า ผู้หญิง โหงวเฮ้งผู้หญิง มีเสน่ห์ ต้องเป็นแบบไหน? ปรับโหงวเฮ้งใบหน้าให้ดีขึ้น ทำได้อย่างไร? ตามมาเสริมพลังความสวยด้วยหลักโหงวเฮ้งใบหน้าในบทความนี้ของลินนา คลินิก (LINNA Clinic) กันได้เลยค่ะ ลักษณะโหงวเฮ้งผู้หญิง มีเสน่ห์ ใบหน้าผู้หญิง ที่ดีต้องเป็นอย่างไร? หากอิงจากตำราความเชื่อของชาวจีนแล้วนั้นลักษณะโหงวเฮ้งใบหน้า ผู้หญิงที่สวยและมีเสน่ห์ประกอบไปด้วย 5 ส่วนสำคัญ ได้แก่ หน้าผาก ตา จมูก ปาก และคาง โดยที่ทุกอย่างจะต้องมีสัดส่วนที่สมดุลรับเข้ากันได้อย่างพอเหมาะ ดังนี้ หน้าผาก หน้าผากนับเป็นส่วนที่อยู่ด้านบนสุดของใบหน้าจึงเปรียบเสมือนจุดพลังงานสำคัญที่จะช่วยเสริมโชคชะตา โหงวเฮ้งผู้หญิง มีเสน่ห์ ที่บริเวณหน้าผากต้องมีลักษณะกลมมน มีความโหนกนูนในระดับที่พอเหมาะไม่ยกสูงหรือราบเรียบจนเกินไป และที่สำคัญโหงวเฮ้งหน้าผากผู้หญิงที่ดูดี ช่วยเพิ่มบารมี โชคลาภวาสนาจะต้องเป็นหน้าผากที่ดูเกลี้ยงเกลา ไม่มีรอยบุ๋ม ไม่มีรอยแผลเป็นหรือริ้วรอยร่องลึกต่างๆ […]

โหงวเฮ้งผู้หญิง มีเสน่ห์ โหงวเฮ้งใบหน้า ผู้หญิง เสริมเสน่ห์ สร้างบารมี ปรับหน้าสวยทั้งทีต้องดีทุกด้าน Read More »

เทรนด์การฉีดลดริ้วรอย แบบไหนที่นิยมในหมู่ Celeb

ดารา Hollywood เริ่มฉีด เบบี้โบ จนเป็นเทรนด์ฮอตฮิตอยู่ตอนนี้ ดาราสาวหลายคนกล่าวว่า รู้สึกว่าการฉีดเทคนิคเบบี้โบ (Baby Bo) เป็นวิธีที่ทำให้มีความอ่อนเยาว์หน้าดูเด็กที่สุดทำให้ดูสวยอย่างเป็นธรรมชาติ Table of Contents เบบี้โบ (Baby Bo) คืออะไร คือ เทคนิคการฉีดโบท็อก แบบใหม่ล่าสุดที่ฮิตมากในหมู่เซเลปคนดังฮอลลีวูดถือเป็นเทคนิคการฉีด เพื่อเน้นลดริ้วรอย เช่น รอยย่นบนบริเวณหน้าผาก รอยขมวดคิ้ว และรอยตีนกา แต่ใบหน้ายังเคลื่อนไหวได้อย่างเป็นธรรมชาติ  การฉีดลดริ้วรอย ในบริเวณรอยลึก สำหรับการฉีดลดริ้วรอยจะเห็นผลชัดเจนในการแก้ปัญหาริ้วรอยตื้นๆ หรือริ้วรอยที่เกิดจากการแสดงสีหน้า เช่น การขมวดคิ้ว การเลิกคิ้ว ริ้วรอยตีนกา การยิ้ม ริ้วรอยร่องแก้ม เป็นต้น แต่ถ้าหากเป็นปัญหาริ้วรอยร่องลึกที่เกิดจากปัญหากระดูกทรุดตัว อาจจะต้องแก้ไขโดยการฉีดฟิลเลอร์หนุนในชั้นผิว เพราะสารเติมเต็มในฟิลเลอร์สามารถแก้ปัญหาริ้วรอยร่องลึกได้มากกว่าการฉีดลดริ้วรอยค่ะ 3 เทคนิคฉีดลดริ้วรอย ให้หน้าเด็กและไม่เสียเงินเยอะ ฉีดลดริ้วรอย ก่อนจะกลายเป็นริ้วรอยถาวร การทำโปรแกรมโบ นั้นสามารถเริ่มฉีดได้ตั้งแต่อายุ 20 ปีขึ้นไป โดยไม่จำเป็นต้องรอให้อายุเยอะ หรือมีริ้วรอยเยอะก่อนถึงจะค่อยฉีด เพราะการฉีดลดริ้วรอย กันไว้ก่อนนั้นจะช่วยชะลอในการเกิดริ้วรอยถาวรหรือริ้วรอยตื้นๆได้ และเมื่ออายุเพิ่มมากขึ้นจะทำให้มีริ้วรอยเกิดขึ้นได้น้อยลง ส่งผลให้ใบหน้าดูอ่อนเยาว์กว่าอายุ

เทรนด์การฉีดลดริ้วรอย แบบไหนที่นิยมในหมู่ Celeb Read More »

อยากทำโปรแกรมโบ แต่กลัวเข็ม กลัวเจ็บ ทำอย่างไรดี

ก่อนทำหัตถการทุกครั้ง หมอจะทำการแปะยาชาหรือใช้น้ำแข็งช่วยประคบเย็นก่อนทำการฉีดทุกครั้ง รวมถึงเข็มที่ลินนาคลินิกเลือกใช้จะมีขนาดที่เล็กเป็นพิเศษ จึงทำให้ไม่รู้สึกเจ็บเท่ากับเข็มที่มีขนาดทั่วไปค่ะ หากใครที่มีความกลัวเข็มมากเป็นพิเศษก็สามารถขอทำการแปะยาชาก่อนได้เช่นกันโดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม  และเราเองมีการใช้ตัว Face Vibration เพื่อช่วยในการเบนความสนใจได้ด้วยเช่นกัน และยังมีตัวช่วยอื่นๆที่หมอสรุปไว้ให้ด้านล่างนี้ด้วยเช่นกันค่ะ นอกจากนั้นทางหากท่านใดมีความกังวลหรือไม่สบายใจตรงจุดไหนสามารถเข้ามาพูดคุยสอบถามรายละเอียดขั้นตอนการรักษากับหมอได้ที่ลินนาคลินิก (LINNA Clinic) ก่อนได้เลยนะคะ  Table of Contents คนกลัวเข็มจัดการกับการกลัวอย่างไรดี การแก้ไขอาการกลัวเหล่านี้สามารถทำได้ง่าย ๆ โดยเริ่มที่ตัวเราเองได้เลยค่ะ มีวิธีการดังนี้ ปรับทัศนคติของตัวเองใหม่ การจัดลำดับความคิดของตัวเองให้ได้เป็นสิ่งที่ต้องทำเป็นอย่างแรกเลยค่ะ ก่อนอื่นให้ปรับทัศนคติที่มีต่อสิ่งที่ตัวเองกลัว ยกตัวอย่าง เช่น การกลัวเข็ม โดยให้คิดว่าการเผชิญหน้าอย่างค่อยเป็นค่อยไปสามารถทำได้โดยค่อย ๆ เอาตัวเองไปอยู่กับสิ่งๆนั้นให้มากขึ้นไม่ต้องทำในทันทีทันใดนะคะ ให้ค่อย ๆ ทำ เช่น ไปอยู่กับเพื่อนที่ทำมาแล้วสวยเราก็จะเริ่มซึมซับและปรับทัศนคติให้กลัวน้อยลงและมีความกล้ามากขึ้นที่จะทำค่ะ ตั้งสมาธิและผ่อนคลาย คนที่ไม่กล้า ผ่า ฉีดยา การตั้งสมาธิช่วยทำให้เราใจเย็นลงได้ แต่มันทำได้มากกว่านั้นค่ะ โดยการตั้งสมาธิกำหนดลมหายใจ เข้า-ออกจะช่วยให้จิตใจของเรานิ่งมากขึ้นค่ะ โดยคนเป็นโรคนี้ถ้าหากฝึกไปเรื่อย ๆ ยิ่งฝึกมากเท่าไหร่ก็จะสามารถ ควบคุมสติและควบคุมอารมณ์ของตัวเองได้มากขึ้นค่ะ การเบี่ยงเบนความสนใจ หากกลัวว่าตัวเองจะทำไม่ได้ให้พยายามคิดถึงสิ่งอื่นแทนค่ะโดยก่อนทำอาจจะแจ้งหมอของเราว่าให้ช่วยพูดเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจ ในขณะที่ฉีดยาชา สมองจะได้คิดไปเรื่องอื่นไม่มาโฟกัสเรื่องนี้หรือขณะที่ทำให้ตัวเองหันหน้าไปมองทางอื่นเพื่อจะได้ไม่มองเห็นซึ่งเป็นวิธีที่ได้ผลมากเลยค่ะ ใช้ตัวยา Penthrox ช่วยในบางกรณีที่คนไข้มีความกลัวเข็ม

อยากทำโปรแกรมโบ แต่กลัวเข็ม กลัวเจ็บ ทำอย่างไรดี Read More »

มีโรคประจำตัวอยู่ ทำโปรแกรมโบ ได้ไหม

ก่อนอื่นหมอแนะนำผู้ที่จะเข้ามาทำโปรแกรมโบ  มาเช็คความพร้อมของสุขภาพกันเสียก่อน โดยจะต้องไม่อยู่ระหว่างตั้งครรภ์ และให้นมบุตรส่วนผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น คนที่มีโรคเกี่ยวกับทางเดินหายใจ กล้ามเนื้ออ่อนแรง คนที่มีปัญหากล้ามเนื้อในการกลืน ควรหลีกเลี่ยง เพื่อความปลอดภัย และก่อนทำโปรแกรมโบ ไม่ควรปกปิดโรคประจำตัวกับแพทย์ผู้ให้การรักษาค่ะ Table of Contents ข้อควรพิจารณาก่อนการทำโปรแกรมโบ สำหรับผู้ที่มีโรคประจำตัว เพื่อความปลอดภัย  ควรปรึกษาแพทย์ผู้ชำนาญการก่อนตัดสินใจฉีด  แพทย์จะทำการประเมินความเสี่ยงและความเหมาะสมของคุณโดยพิจารณาจากปัจจัยต่างๆ เช่น ประเภทของโรคประจำตัว: บางโรคอาจส่งผลต่อการแข็งตัวของเลือด หรือระบบประสาท ซึ่งอาจเพิ่มความเสี่ยงจากการทำโปรแกรมโบ ได้ ยาที่รับประทานอยู่: ซึ่งยาบางชนิดอาจมีปฏิกิริยาต่อกันกับสารคลายกล้ามเนื้อ ประวัติการแพ้ยา: หากคุณเคยแพ้ยาใดๆ หรือมีประวัติการแพ้ทุกชนิดควรแจ้งแพทย์ให้ทราบทุกครั้งก่อนทำการฉีด หมอแนะนำห้ามฉีดเองโดยเด็ดขาดเนื่องจาก เป็นยาที่มีประสิทธิภาพสูงหากใช้ไม่ถูกต้อง การฉีดผิดจุด หรือฉีดในปริมาณที่มากจนเกินไปอาจส่งผลเสียร้ายแรงได้ เช่น ใบหน้าเบี้ยว ตาตก ปากตกเป็นต้น ดังนั้น ควรปรึกษาแพทย์ผู้ชำนาญการเสมอเพื่อความปลอดภัยค่ะ โรคประจำตัวใดห้ามทำโปรแกรมโบ ผู้ป่วยโรคระบบกล้ามเนื้อ เช่น โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรงเอแอลเอส (Amyotrophic Lateral Sclerosis: ALS) โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง (Myasthenia gravis) โรคกล้ามเนื้ออักเสบ ไม่ควรฉีดสารคลายกล้ามเนื้อเพราะอาจส่งผลให้มีอาการที่แย่ลงหลังจากการฉีดตัวยาคลายกล้ามเนื้อ เนื่องจากสารคลายกล้ามเนื้อทำงานโดยการยับยั้งการทำงานของกล้ามเนื้อ

มีโรคประจำตัวอยู่ ทำโปรแกรมโบ ได้ไหม Read More »

โบเกาหลีกับอเมริกาตัวไหนดีกว่ากัน

การฉีดโบ ในปัจจุบันคลินิกส่วนใหญ่จะมีโบ หลายยี่ห้อให้คนไข้เลือก ซึ่งโบเกาหลีและอเมริกาเป็นแบรนด์ได้รับความนิยมมากค่ะ สำหรับใครที่กำลังหาข้อมูลการฉีดโบ  หมอจะอธิบายว่าโบ เกาหลีอเมริกาคืออะไร มีข้อดีข้อเสียต่างกันอย่างไร เพื่อเป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจค่ะ Table of Contents โบ เกาหลี คืออะไร โบ เกาหลี คือ โบที่ผลิตและนำเข้ามาจากสาธารณรัฐเกาหลีหรือประเทศเกาหลีใต้ เริ่มใช้กันมาเกือบ 10 ปี ได้รับความนิยมอย่างรวดเร็วในประเทศไทย ทั้งนี้อาจเป็นเพราะกระแสความนิยมของนักแสดงและนักร้องเกาหลีที่โด่งดังในเมืองไทย เลยทำให้หลายคนเริ่มอยากมีใบหน้าเรียวเหมือนคนเกาหลี เมื่อโบ เกาหลีเข้ามาประเทศไทย ทุกคนจึงมีความนิยมฉีดของเกาหลี เพราะหวังว่าจะได้หน้าเรียวสวยแบบไอดอลเกาหลี และโบ เกาหลีค่อนข้างได้รับความนิยมด้วยราคาที่ถูกกว่ามาก ปัจจุบันมีหลายยี่ห้อที่ผ่านการรับรองจากอย. เช่นยี่ห้อ Botulax และ Nabota ความบริสุทธิ์เฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 98.7%  โบ เกาหลีกับอเมริกาตัวไหนดีกว่ากัน ข้อดี: ราคาที่ไม่แพงมากเมื่อเทียบกับโบ อเมริกา จากประสบการณ์ของหมอในการใช้โบ เกาหลีพบว่ามีการออกฤทธิ์ไวกว่าเล็กน้อยค่ะ ข้อเสีย: โบเกาหลีมีระยะเวลาออกฤทธิ์สั้นกว่าโบอเมริกา เฉลี่ยอยู่ที่ 4-6 เดือน ขึ้นอยู่กับผิว วิธีการดูแลและการใช้ชีวิตประจำวันของแต่ละบุคคลด้วยค่ะ โบอเมริกา คืออะไร โบอเมริกา คือ โบที่ผลิตและนำเข้ามาจากประเทศสหรัฐอเมริกา ยี่ห้อที่มีชื่อเสียง เช่น Allergan Botox

โบเกาหลีกับอเมริกาตัวไหนดีกว่ากัน Read More »

ทำโปรแกรมโบ แล้ว ห้ามทำอะไร ห้ามกินอะไร เพื่อให้ผลลัพธ์อยู่ได้นาน

หมอต้องบอกก่อนว่าการทำโปรแกรมโบจะให้ผลลัพธ์ที่ชั่วคราว และผลลัพธ์ของโบ จะอยู่ได้นานหรือสั้น ก็ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น ยี่ห้อ ตำแหน่งที่ฉีด และการดูแลตัวเองหลังฉีด ก็เป็นส่วนสำคัญด้วยเช่นกัน โดยหมอจะมาแนะนำว่าหลังฉีด ควรดูแลตัวเองอย่างไร ให้ผลลัพธ์อยู่กับเราไปได้นานที่สุดดังนี้ค่ะ Table of Contents หลังทำโปรแกรมโบ ห้ามทำอะไร การดูแลตัวเองหลังฉีดโบ เป็นเรื่องสำคัญ สามารถช่วยให้ผลลัพธ์อยู่ได้นาน ลดความเสี่ยงต่อผลข้างเคียง และทำให้เกิดผลลัพธ์ที่ดีบนใบหน้าของคนไข้ได้ค่ะ 4 ชั่วโมงแรกหลังฉีด อย่านวด กด หรือสัมผัสแรงกับใบหน้าบริเวณที่ฉีด: การสัมผัสอาจทำให้ตัวยา กระจายไปยังบริเวณที่ไม่ต้องการส่งผลต่อผลลัพธ์ บางกรณีอาจทำให้ตาตก คิ้วตก หรือปากเบี้ยวได้ อย่านอนราบหรือนอนก้มหน้า: การนอนทันทีหลังฉีด หรือก้มหน้าอาจทำให้เลือดไหลเวียนไปที่ใบหน้ามากเกินไป เกิดอาการบวมหรือรอยช้ำได้และการนอนในบางกรณีถ้านอนคว้ำทำให้กดทับบริเวณที่ฉีด อาจทำให้ตัวยา กระจายไปยังบริเวณที่ไม่ต้องการ เกิดผลลัพธ์ที่ไม่พึงประสงค์ได้ งดการอยู่ในที่ร้อน: ควรหลีกเลี่ยงความร้อนโดยเฉพาะในช่วง 2 สัปดาห์แรกหลังฉีด (หากทำไม่ได้อย่างน้อย 48 ชม.หลังฉีด) เช่น เข้าซาวน่า ออกกำลังกายหนัก ๆ ตากแดด เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เลเซอร์ร้อนที่ลงผิวชั้นลึกทุกชนิด เช่น RF Thermage 

ทำโปรแกรมโบ แล้ว ห้ามทำอะไร ห้ามกินอะไร เพื่อให้ผลลัพธ์อยู่ได้นาน Read More »

การฉีดลดกรามเหมาะกับใคร อยากหน้าเรียวต้องอ่าน

หากลูกค้าท่านใดที่มีปัญหากรามใหญ่จากกล้ามเนื้อ การทำโปรแกรมโบ อาจเป็นทางเลือกที่เหมาะสมสำหรับคนที่อยากให้หน้าเรียว  เนื่องจากการฉีดลดกรามเป็นวิธีที่ปลอดภัยและเห็นผลลัพธ์ได้อย่างรวดเร็ว โดยตัวยาจะส่งผลให้กรามดูเล็กลงและหน้าดูเรียวขึ้น 1. ผู้ที่มีกรามใหญ่จากกล้ามเนื้อและต้องการปรับรูปหน้าให้ดูเรียวเป็นวีเชฟ กรามใหญ่จากกล้ามเนื้อเป็นปัญหาที่พบได้บ่อย เกิดจากกล้ามเนื้อกรามทำงานมากเกินไป ทำให้กรามดูใหญ่ขึ้น หน้าดูเหลี่ยมหรือเป็นลักษณะสี่เหลี่ยม การฉีดคลายกล้ามเนื้อกรามจะช่วยลดการทำงานของกล้ามเนื้อ ทำให้กล้ามเนื้อเล็กลง ส่งผลให้หน้าเรียวขึ้นได้ 2. ผู้ที่ไม่อยากผ่าตัด: การฉีดลดกรามแบบไม่ต้องผ่าตัด เหมาะกับคนที่กังวลเรื่องแผลเป็น รอยช้ำ พักฟื้นเร็วกว่า และมีความเสี่ยงน้อยกว่าการผ่าตัด 3.ผู้ที่ต้องการเห็นผลลัพธ์หน้าเรียวที่รวดเร็ว: การฉีดให้กรามเล็กลงใช้เวลาในการทำไม่นาน ประมาณ 15-30 นาที หลังฉีดเสร็จสามารถกลับบ้านและใช้ชีวิตปกติได้โดยที่ไม่ต้องพักฟื้น ลินนาคลินิก (LINNA Clinic) ขอแนะนำก่อนตัดสินใจฉีดลดกราม ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อประเมินใบหน้าและความเหมาะสมของการรักษา  แพทย์จะวิเคราะห์โครงสร้างใบหน้า สาเหตุของกรามใหญ่เช่น เกิดจากกล้ามเนื้อกรามใหญ่หรือเกิดจากไขมันสะสม และแนะนำวิธีการรักษาที่เหมาะสมที่สุดสำหรับคุณค่ะ Table of Contents กรณีใดบ้างที่อยากหน้าเรียวแต่ไม่เหมาะกับการฉีดลดกราม 1.ผู้ที่ไม่มีกล้ามเนื้อกรามหรือมีกล้ามเนื้อกรามน้อยมากการฉีดโบท็อกกรามจะไม่ส่งผลให้หน้าเรียวขึ้นเพราะกล้ามเนื้อกรามมีขนาดเล็กอยู่แล้วแพทย์อาจแนะนำหัตถการอื่น 2.ปัญหาที่หน้าไม่เรียวเนื่องจากไขมันแพทย์จะแนะนำให้ฉีดสลายไขมันมากกว่าเพราะการฉีดลดกรามจะไม่ช่วยลดไขมัน 3.โครงหน้ากระดูกเหลี่ยมคนไข้ที่ไม่มีไขมันและกรามเนื้อกรามที่เยอะกรณีดังกล่าวต้องทำศัลยกรรมเท่านั้นกรณีนี้การฉีดลดกรามจะไม่ช่วยให้หน้าเรียวเพราะโครงหน้ามาจากกระดูกค่ะ ทำไมฉีดลดกรามแล้วหน้าคล้อย ปัญหาการฉีดลดกรามแล้วหน้าคล้อย เป็นปัญหาที่พบบ่อยมาก ในกรณีของลูกค้าที่มีกรามใหญ่และฉีดลดกรามเยอะผิวไม่ได้เต่งตึงตั้งแต่แรกหรืออายุที่เพิ่มมากขึ้นตามวัย จะพบปัญหานี้ได้ สาเหตุที่ฉีดลดกรามแล้วหน้าคล้อย เกิดจากการทำงานของโบที่ช่วยลดการทำงานของกล้ามเนื้อกราม ทำให้กล้ามเนื้อกรามอ่อนแรงลง ส่งผลให้กรามดูเล็กลง แต่ไม่ได้ยกกระชับผิวบริเวณกรามได้ ดังนั้นหากกรามยุบลง ผิวหนังบริเวณกรามจะหย่อนลง

การฉีดลดกรามเหมาะกับใคร อยากหน้าเรียวต้องอ่าน Read More »

โปรแกรมโบ กี่วันเห็นผล

โดยทั่วไป การฉีดสารคลายกล้ามเนื้อ จะเห็นผลชัดเจนต่างกันไป ขึ้นอยู่กับตำแหน่งที่ฉีด สภาพผิว และปริมาณที่ใช้ ดังนั้นหมออยากให้เข้าใจว่าระยะเวลาที่เห็นผลขึ้นอยู่กับหลายปัจจัยค่ะ ตำแหน่งที่ฉีด:  บริเวณที่มีการเคลื่อนไหวกล้ามเนื้อบ่อย เช่น หน้าผาก รอยตีนกา รอยขมวดคิ้ว มักเห็นผลเร็วภายใน 3-7 วัน  บริเวณที่มีการเคลื่อนไหวกล้ามเนื้อเยอะ เช่น กราม อาจใช้เวลา 2-4 สัปดาห์ ปริมาณยาที่ฉีด: ยิ่งใช้ปริมาณยาเยอะ มักเห็นผลเร็วขึ้น ชนิดที่ฉีด: แต่ละยี่ห้อมีความบริสุทธิ์และออกฤทธิ์แตกต่างกัน บางยี่ห้ออาจเห็นผลไวกว่าบางยี่ห้อค่ะ ระยะเวลาโดยทั่วไป:  ริ้วรอยบนใบหน้า: รอยตีนกา รอยขมวดคิ้ว รอยหน้าผาก มักเห็นผลภายใน 3-7 วัน ผลลัพธ์เต็มที่ภายใน 2-4 สัปดาห์ ยกกระชับ: ยกคิ้ว ลิฟต์กรอบหน้า ผลลัพธ์เต็มที่ภายใน 2-4 สัปดาห์ ปรับรูปหน้า: ฉีดกรามปรับรูปหน้าให้เรียวเล็กลง โดยลดขนาดของกล้ามเนื้อกราม ทำให้หน้าดูเล็กลง มักเห็นผลภายใน 2-3 สัปดาห์ ผลลัพธ์เต็มที่ภายใน 2-4 สัปดาห์

โปรแกรมโบ กี่วันเห็นผล Read More »

บริเวณที่ไม่แนะนำให้ทำโปรแกรมโบ

บริเวณบางส่วนหมอไม่แนะนำให้ฉีดนะคะ เนื่องจากมีโอกาสส่งผลเสียต่อการทำงานของกล้ามเนื้อหรือทำให้ใบหน้าดูผิดธรรมชาติค่ะ บริเวณหลักที่ควรหลีกเลี่ยง ได้แก่ บริเวณเหนือคิ้วนิดหน่อย อาจทำให้คิ้วตก หรือฉีดแล้วตาดูเหนื่อยล้า ดูไม่เป็นธรรมชาติ เปลือกตา  อาจทำให้หนังตาตก ปิดตาไม่สนิท มองเห็นภาพซ้อน บริเวณใต้ตา ในเคสที่มีถุงใต้ตา อาจทำให้ถุงใต้ตาดูหย่อนชัดเจนมากยิ่งขึ้น โหนกแก้ม หน้าแก้ม ถ้าฉีดลึกไปอาจจะทำให้ยิ้มเบี้ยวได้ ร่องแก้ม ทำให้เวลาแสดงสีหน้าจะดูไม่เป็นธรรมชาติ นอกจากนี้ ยังมีบริเวณอื่นๆ ที่ไม่ควรฉีดได้แก่ บริเวณที่ผิวหนังอักเสบ หรือมีแผลเปิด: เสี่ยงติดเชื้อ บริเวณที่มีอาการบวมช้ำ: อาจทำให้บวมมากขึ้น บริเวณที่มีเส้นประสาทอยู่ใกล้ๆ: เสี่ยงโดนเส้นประสาท  บริเวณที่ไม่ควรฉีดอาจแตกต่างขึ้นอยู่กับปัญหาของแต่ละบุคคล หมอจะพิจารณาเป็นรายบุคคลค่ะ  Table of Contents ผลข้างเคียงและความเสี่ยง หากฉีดในตำแหน่งที่ไม่เหมาะสม เป็นที่ทราบกันดีนะคะว่าโปรแกรมโบเป็นหัตถการทางการแพทย์ที่ได้รับความนิยมอย่างมากในปัจจุบัน เนื่องจากสามารถช่วยแก้ปัญหาริ้วรอยและปรับรูปหน้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ อย่างไรก็ตาม การฉีดในบริเวณที่ไม่เหมาะสมอาจก่อให้เกิดผลข้างเคียงต่างๆ ตามมาได้ หมอขอยกตัวอย่างดังนี้ค่ะ ผลข้างเคียงที่เกิดขึ้นได้ชั่วคราว รอยช้ำบริเวณที่ฉีด อาการบวมบริเวณที่ฉีด ปวดบริเวณที่ฉีด รู้สึกชาบริเวณที่ฉีด ตาพร่ามัว มองเห็นภาพซ้อน พูดไม่ชัด กลืนลำบาก ยิ้มเบี้ยว ปากเบี้ยว หน้าแข็ง

บริเวณที่ไม่แนะนำให้ทำโปรแกรมโบ Read More »

8 ข้อควรรู้ก่อนทำโปรแกรมโบ

โปรแกรมโบเป็นวิธีการรักษาที่ได้รับความนิยมอย่างมากในปัจจุบัน เพราะทำได้ง่ายและไว และมีผลลัพธ์ที่ชัดเจน ทั้งนี้หมอขอมาอธิบายรายละเอียดและข้อดีข้อเสียที่แตกต่างกันออกไปดังนี้ค่ะ Table of Contents 1. ข้อดี ข้อเสีย และผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นจากการทำโปรแกรมโบ ข้อดีของโบ ช่วยลดเลือนริ้วรอยที่เกิดจากการแสดงสีหน้า เช่น รอยย่นหน้าผาก รอยระหว่างคิ้ว หางตา และรอยตีนกา • ปรับรูปหน้าให้เรียวขึ้น โดยทำให้กล้ามเนื้อมัดกรามมีขนาดเล็กลง กรอบหน้าดูชัดเจน • สามารถใช้ยกกระชับกรอบหน้าได้ ทำให้กรอบชัดและผิวยกกระชับ • ช่วยให้หน้าใสขึ้นด้วยการกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนได้ชั้นผิวได้ • ช่วยกระชับรูขุมขนได้ดี • ช่วยลดภาวะเหงื่อออกมากเกินปกติ ตามรักแร้ มือ เท้า ได้ ลดกลิ่นตัวที่มาจากความอับชื้น • ช่วยเรื่อง Office Syndrome กล้ามเนื้อคอแข็ง ได้ • สามารถทำได้โดยไม่ต้องพักฟื้น • เห็นผลได้อย่างรวดเร็ว ข้อเสียของโบ • ไม่ใช่การรักษาที่ถาวร ควรทำต่อเนื่อง 4-6 เดือนขึ้นไปสามารถย้ำได้ • อาจเกิดผลข้างเคียงได้ เช่น

8 ข้อควรรู้ก่อนทำโปรแกรมโบ Read More »

โบ คืออะไรทำงานอย่างไร อันตรายไหม แพ้ได้ไหม คุ้มค่าไหม

บทูลินั่ม ท็อกซิน เอ (Botulinum Toxin Type A) ซึ่งเป็นโปรตีนบริสุทธิ์ที่สกัดจากแบคทีเรียชนิดหนึ่ง ชื่อว่า คลอสตริเดียม โบทูลินัม (Clostridium botulinum) แม้จะเป็นสารพิษ แต่เมื่อใช้ในปริมาณที่เหมาะสม แพทย์ผู้เชี่ยวชาญจะนำมาฉีดเพื่อประโยชน์ด้านความงามและการแพทย์ โดยออกฤทธิ์ยับยั้งการทำงานของระบบประสาทบริเวณปลายประสาทที่ไปเลี้ยงกล้ามเนื้อ ทำให้กล้ามเนื้อบริเวณที่ได้รับการฉีดไม่สามารถหดตัวได้ชั่วคราวส่งผลให้ริ้วรอยบนใบหน้าจางลง ใบหน้าเรียวขึ้นและสามารถรักษาโรคบางชนิดได้อีกด้วยค่ะ Table of Contents สารคลายกล้ามเนื้อ มีกระบวนการทำงานอย่างไร หลายท่านอาจสงสัยว่าสารคลายกล้ามเนื้อ ทำงานอย่างไร ดังนั้นหมอขอชี้แจงดังนี้ค่ะ เริ่มจากแพทย์จะใช้เข็มขนาดเล็กฉีดตัวยาคลายกล้ามเนื้อเข้าไปยังบริเวณชั้นกล้ามเนื้อที่ต้องการ โดยความลึกของเข็มจะขึ้นอยู่กับตำแหน่งของกล้ามเนื้อ จากนั้นตัวยาจะเข้าสู่ปลายประสาทที่ไปเลี้ยงกล้ามเนื้อ ตัวยาจะยับยั้งการปล่อยสารสื่อประสาท อะเซทิลโคลีน (acetylcholine) ซึ่งเป็นสารที่ทำหน้าที่ในการส่งสัญญาณจากปลายประสาทไปยังกล้ามเนื้อ เมื่อไม่มีอะเซทิลโคลีน กล้ามเนื้อจะไม่สามารถหดตัวได้ เนื่องจากกล้ามเนื้อไม่สามารถหดตัวได้ จึงส่งผลให้ริ้วรอยบนใบหน้าจึงจางลงค่ะ ผลลัพธ์– เริ่มเห็นภายใน 3-7 วัน– อยู่ประมาณ 3-6 เดือน ขึ้นอยู่กับการใช้ชีวิต แบรนด์ที่ใช้ และจุดที่ฉีดค่ะ– หลังจากนั้นกล้ามเนื้อจะกลับมาทำงานเป็นปกติ และริ้วรอยอาจกลับมาปรากฏอีกครั้ง ตามจริง โบ คือชื่อทางการค้าของ โบทูลินั่ม ท็อกซิน

โบ คืออะไรทำงานอย่างไร อันตรายไหม แพ้ได้ไหม คุ้มค่าไหม Read More »

รู้ก่อนฉีด Aestox bo กับ Nabota bo แบบไหนดีกว่ากัน

Table of Contents สารคลายกล้ามเนื้อเป็น Botulinum Toxin Type A ที่มีคุณสมบัติในการช่วยยับยั้งการทำงานของกล้ามเนื้อ โดยจะฉีดเข้าไปยังส่วนที่มีปัญหา ไม่ว่าจะเป็น บริเวณหน้าผาก หางตา รอยย่นระหว่างคิ้ว ร่องแก้ม ร่องลึกใต้ตา เพื่อช่วยในการลดริ้วรอย ปรับรูปหน้าให้เรียวสวย และลดเหงื่อ เป็นต้น ทำให้โบกลายเป็นสารที่มีบทบาทสำคัญในด้านความงามเป็นอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของการช่วยลดริ้วรอย, การปรับรูปหน้า ไปจนถึงการฉีดเพื่อลดการเกิดเหงื่อ ทั้งในบริเวณรักแร้, ฝ่ามือ, ฝ่าเท้า เป็นต้น นอกจากนี้ โปรแกรมโบยังสามารถช่วยรักษาอาการต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับกล้ามเนื้อ เช่น ไมเกรน ภาวะเกร็งกล้ามเนื้อคอ เป็นต้น โปรแกรมโบจึงเป็นเครื่องมือเสริมความงามที่ได้รับความนิยมในปัจจุบัน เนื่องจากมีประสิทธิภาพในการลดริ้วรอย ปรับรูปหน้า และลดเหงื่อได้อย่างมีประสิทธิภาพ อีกทั้งยังเป็นวิธีที่ปลอดภัยและไม่ต้องพักฟื้น รู้จักกับ Aestox bo และ Nabota bo ในปัจจุบัน มีจำหน่ายหลายยี่ห้อ ซึ่งแต่ละยี่ห้อก็มีจุดเด่นและข้อดีที่แตกต่างกันไป โดยบทความนี้จะมาเปรียบเทียบความแตกต่างระหว่าง Aestox กับ Nabota ซึ่งเป็นโบท็อกซ์สัญชาติเกาหลีที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในประเทศไทย Aestox

รู้ก่อนฉีด Aestox bo กับ Nabota bo แบบไหนดีกว่ากัน Read More »

Shopping Cart
Scroll to Top