Exosome กู้ผิวโทรมได้จริงหรือแค่กระแส ทำ Exosome อันตรายไหม?

เทรนด์ผิวสวยในปัจจุบันไม่ใช่แค่เพียงการเป็นเจ้าของผิวขาวใส มีออร่า แต่เป็นการมีคุณภาพผิว (Skin Quality) ที่ดูดีจากภายในสู่ภายนอก หากใครที่กำลังมองหาวิธีปรับหน้าโทรมให้กลายเป็นหน้าใส คืนความยืดหยุ่นชุ่มชื้นให้ผิวแข็งแรงได้อย่างล้ำลึกจากภายในต้องไม่พลาด Exosome สกินบูสเตอร์ตัวดังที่สามารถตรงเข้าฟื้นฟูเซลล์ผิวได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ Exosome คืออะไร? ดีจริงไหม ทำ Exosome อันตรายหรือเปล่า พร้อมวิธีดูแลตัวเองหลังทำ Exosome ดูคำตอบได้ในบทความนี้จาก LINNA Clinic

Table of Contents

Exosome คืออะไร

Exosome (อ่านว่า เอ็กโซโซม) คือ นวัตกรรมใหม่ของการฟื้นบำรุงผิวอย่างล้ำลึกด้วยการใช้ Exosome ซึ่งสกัดแยกจากเซลล์ต้นกำเนิด (Stem Cell) ของสิ่งมีชีวิตด้วยเทคโนโลยี mRNA ทำให้ได้ Exosome บริสุทธิ์สูงและมีลักษณะเป็นถุงทรงกลมขนาดเล็ก 30-150 nm. ภายในอัดแน่นไปด้วยสารชีวโมเลกุลที่จำเป็นต่อกระบวนการซ่อมแซมและฟื้นฟูเซลล์ผิวตลอดไปจนถึงช่วยกระตุ้นการผลิตคอลลาเจน (Collagen) และเส้นใยอีลาสติน (Elastin) ใหม่ๆ ตามธรรมชาติของร่างกายได้อย่างมีประสิทธิภาพ ในปัจจุบันจึงนิยมทำ Exosome หรือที่เรียกว่าการทำ Exosome Treatment ตามจุดต่างๆ ทั่วใบหน้าเพื่อช่วยปรับปรุงและบำรุงผิวให้ดูเปล่งปลั่ง สดใสขึ้นได้จากภายใน

ส่วนประกอบสำคัญภายใน Exosome

Exosome ที่สกัดได้จากเซลล์ต้นกำเนิดของสิ่งมีชีวิตประกอบด้วยสารชีวโมเลกุลที่มีความจำเป็นต่อเซลล์ผิวรวมกว่า 1,000 ชนิด โดยสามารถยกตัวอย่างส่วนประกอบสำคัญที่พบใน Exosome ได้ ดังนี้

  • กรดอะมิโน (Amino acids) ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและเส้นใยอีลาสตินใต้ชั้นผิว ทำให้ผิวยืดหยุ่น ชุ่มชื้น ดูสุขภาพดี
  • โกรทแฟกเตอร์ (Growth factor) เปรียบเสมือนโปรตีนที่มีบทบาทสำคัญต่อการซ่อมแซมและฟื้นฟูเซลล์ผิว ช่วยกระตุ้นการทำงานของเซลล์ไฟโบรบลาสต์ซึ่งมีหน้าที่ในการผลิตคอลลาเจนและเส้นใยอีลาสติน ทำให้ผิวยืดหยุ่น กระจ่างใสและคงความอ่อนเยาว์อยู่เสมอ
  • เปปไทด์ (Peptides) มีคุณสมบัติช่วยต่อต้านสารอนุมูลอิสระในชั้นผิว ปกป้องผิวจากการถูกทำร้ายจากมลภาวะ ช่วยลดโอกาสการเกิดฝ้า กระ จุดด่างดำและริ้วรอยร่องลึก
  • เซราไมด์ (Ceramides) ช่วยเสริมความแข็งแรงให้เกราะป้องกัน (Skin barrier) ทำให้ผิวกักเก็บความชุ่มชื้นได้ยาวนาน ผิวยืดหยุ่น ริ้วรอยจางลงและช่วยลดริ้วรอยเกิดใหม่
  • ไนอะซินาไมด์ (Niacinamide) ช่วยลดจำนวนเชื้อแบคทีเรียบนชั้นผิวและต้านการอักเสบ ทำให้ผิวชุ่มชื้น กระจ่างใสและช่วยปรับสีผิวให้เรียบเนียน สม่ำเสมอ

หลักการทำงานของ Exosome

หลังจากที่แพทย์นำตัวยา Exosome เข้าสู่ชั้นผิวด้วยเทคนิคที่เหมาะสมตามจุดต่างๆ เช่น บริเวณหนังศีรษะ หน้าผาก ใต้ตา ร่องแก้ม หน้าแก้ม กรอบหน้าหรือบริเวณลำคอ ตัวยา Exosome ที่มีลักษณะเป็นถุงทรงกลมขนาดเล็ก 30-150 nm. จะแทรกซึมเข้าสู่ชั้นผิวอย่างรวดเร็วพร้อมเหนี่ยวนำให้เกิดการสื่อสารระหว่างเซลล์และยกระดับการทำงานของเซลล์ผิวหนังที่มีความเกี่ยวข้อง ทั้งกระบวนการซ่อมแซมเซลล์ผิวและเนื้อเยื่อที่ได้รับบาดเจ็บให้กลับมาแข็งแรงได้อีกครั้ง เพิ่มการทำงานของเซลล์ไฟโบรบลาสต์ที่ผลิตคอลลาเจนและเส้นใยอีลาสตินใต้ชั้นผิวรวมถึงช่วยป้องกันความเสียหายของเซลล์ผิวจากสารอนุมูลอิสระ ผลลัพธ์ที่ได้คือผิวแข็งแรงสุขภาพดีจากภายใน ผิวกระจ่างใส อิ่มฟู ริ้วรอย รอยแผลต่างๆ ดูจางลง ช่วยให้ใบหน้าดูอ่อนเยาว์มากขึ้น

จุดเด่นของ Exosome

  • Exosome เป็นสารสกัดจากเซลล์ต้นกำเนิดของสิ่งมีชีวิตด้วยการใช้เทคโนโลยี mRNA จึงทำให้ตัวยามีค่าความบริสุทธิ์สูงและปลอดภัยต่อร่างกาย
  • Exosome มีขนาดอนุภาคเล็ก 30-150 ซึ่งเล็กกว่าเซลล์ทั่วไปถึง 1/1,000 เท่า ทำให้แทรกซึมเข้าสู่ชั้นผิวได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ
  • ภายใน Exosome อัดแน่นไปด้วยสารชีวโมเลกุลที่มีความจำเป็นต่อเซลล์ผิวรวมกว่า 1,000 ชนิด เช่น Amino acids, Nucleic acids, Hyaluronic acid (HA) Growth Factors, Lipid, Cytokines, mRNA, miRNA, DNA ฯลฯ
  • มีงานวิจัยหลายฉบับรองรับแล้วว่าการทำ Exosome Treatment ช่วยซ่อมแซมฟื้นฟูผิวได้จริงทั้งในด้านการฟื้นบำรุงเซลล์ผิวให้แข็งแรง เซลล์ผิวอ่อนเยาว์สุขภาพดี นอกจากนี้ยังช่วยลดเลือนริ้วรอย ฝ้า กระ จุดด่างดำ พร้อมปรับสีผิวให้เปล่งปลั่งกระจ่างใส
  • สามารถคงผลลัพธ์การฟื้นฟูผิวให้กระจ่างใส สุขภาพดี ผิวดูเด็กได้นานสุดถึง 12 เดือนเมื่อทำ Exosome อย่างต่อเนื่องตามคำแนะนำของแพทย์และดูแลตัวเองอย่างเหมาะสม

Exosome อันตรายไหม

Exosome เป็นสกินบูสเตอร์ที่ได้จากการสกัดเซลล์ต้นกำเนิดของสิ่งมีชีวิตโดยตรงหรือเซลล์เพาะเลี้ยง ไม่ใช่สารสังเคราะห์เลียนแบบและปราศจากสารเคมีที่เป็นอันตรายต่อร่างกาย นอกจากนี้ Exosome ยังเป็นสารธรรมชาติชนิดหนึ่งที่พบได้ในร่างกายของมนุษย์ การทำ Exosome Treatment จึงเป็นหัตถการที่ปลอดภัย ไม่ก่อให้เกิดอันตราย ทั้งนี้ควรเข้ารับบริการ Exosome กับคลินิกที่มีคุณภาพ ผ่านการรับรองมาตรฐานจากกระทรวงสาธารณสุข ดำเนินการรักษาโดยแพทย์ผู้ชำนาญการและใช้ตัวยา Exosome แท้ที่ผ่าน อย. ประเทศไทยแล้วเท่านั้น

วิธีดูแลตัวเองหลังทำ Exosome

  • งดสัมผัส บีบ นวดหรือกดที่บริเวณรอยเข็มเพื่อป้องกันการอักเสบและติดเชื้อ
  • หลังทำ Exosome อาจทำให้เกิดรอยแดงเข็มได้เพียงเล็กน้อยซึ่งสามารถหายได้เองภายใน 1-2 วัน ทั้งนี้สามารถประคบเย็นตามคำแนะนำของแพทย์เพื่อช่วยลดรอยตุ่มแดงและบรรเทาอาการปวด
  • หลังทำ Exosome ให้งดแต่งหน้า ทาครีม เป็นเวลาอย่างน้อย 6 ชั่วโมง และสามารถแต่งหน้าเบาๆ รวมถึงใช้มอยส์เจอไรเซอร์สูตรอ่อนโยนทาผิวได้หลังจากนั้น
  • หลีกเลี่ยงกิจกรรมที่ทำให้เลือดสูบฉีดอย่างแรงที่บริเวณใบหน้า เช่น การออกกำลังกาย การอบซาวน่า นวดหน้า การนั่งหน้าเตาปิ้งย่างร้อนๆ ฯลฯ เป็นเวลาอย่างน้อย 4-7 วันหลังทำ Exosome
  • หลีกเลี่ยงการอยู่กลางแจ้งเป็นเวลานานและควรทาครีมกันแดดที่มีค่า SPF สูงๆ เป็นประจำทุกครั้งก่อนออกจากบ้าน
  • หลังทำ Exosome ควรดื่มน้ำสะอาดให้มากขึ้นโดยดื่มให้ได้อย่างน้อย 1.5-2 ลิตร/วัน เพื่อช่วยให้สารสกัดสำคัญออกฤทธิ์ทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพและทำให้ฟื้นตัวได้ไวขึ้น
  • งดสูบบุหรี่และดื่มแอลกอฮอล์เป็นเวลาอย่างน้อย 4-7 วันหลังทำ

สรุป

Exosome สกินบูสเตอร์ที่มีความปลอดภัยสูงซึ่งสกัดได้จากเซลล์ต้นกำเนิด (Stem Cell) ของสิ่งมีชีวิตและเป็นสารธรรมชาติชนิดหนึ่งที่มีอยู่ในร่างกาย ช่วยฟื้นฟูเซลล์ผิวให้แข็งแรงได้จากภายในสู่ภายนอก ด้วยส่วนผสมสำคัญที่เป็นสารชีวโมเลกุลที่อัดแน่นอยู่ถุงทรงกลมขนาดเล็ก 30-150 nm. รวมกว่า 1,000 ชนิด จึงออกฤทธิ์ฟื้นฟูผิวได้อย่างครอบคลุม ทำให้ผิวยืดหยุ่น แข็งแรง หน้าดูเด็กได้ยาวนานที่สุดถึง 12 เดือน สนใจทำ Exosome เพื่อฟื้นฟูผิวให้สวยใสอย่างมั่นใจสามารถแอดไลน์เข้ามาพูดคุย สอบถาม หรือจองคิวการรักษา ที่ LINNA Clinic ได้เลยค่ะ

บทความที่เกี่ยวข้อง

เติมไขมัน หน้าเด็ก เสริมความอ่อนเยาว์ ย้อนวัยได้ทันตา

หนึ่งในหัตถการยอดนิยม ที่ช่วยให้ผู้ทำหัตถการมีใบหน้าที่ดูอ่อนเยาว์มากยิ่งขึ้น ตอบโจทย์ได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับผู้ที่มีอายุ หรือย่างเข้าสู่วัย 30 ปี ขึ้นไป ที่เริ่มรู้สึกว่าใบหน้าเริ่มมีความหย่อนคล้อย ผิวพรรณดูไม่เปล่งปลั่งดังเดิม คือ การเติมไขมันหน้า อีกหนึ่งเทคนิคที่น่าสนใจเป็นอย่างมาก Table of Contents การเติมไขมันคืออะไร? การเติมไขมันหน้าเด็ก (Fat Grafting / Fat Transfer) คือ กระบวนการนำไขมันส่วนเกินจากร่างกายของเราเอง เช่น จากบริเวณหน้าท้อง ต้นขา หรือสะโพก มา ฉีดเติมเต็มลงบนใบหน้า เพื่อช่วยแก้ปัญหาใบหน้าตอบ แก้มตอบ ร่องลึก หรือริ้วรอยที่ทำให้หน้าดูมีอายุ ให้ใบหน้ากลับมาดูอิ่มฟูและอ่อนเยาว์ขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ ทำไมการเติมไขมันช่วยให้หน้าเด็กลง? การเติมไขมันช่วยให้หน้าเด็กลงได้เพราะ เซลล์ไขมันมีคุณสมบัติในการเติมเต็มและฟื้นฟูผิว โดยตรง ซึ่งช่วยแก้ปัญหาที่ทำให้ใบหน้าดูมีอายุ เช่น ความหย่อนคล้อย ร่องลึก หรือความแบนของใบหน้า โดย เพิ่มความอิ่มฟูของผิว: ทำให้ใบหน้าดูมีมิติ ไม่ตอบหรือแบนเกินไป เมื่ออายุมากขึ้น ไขมันบนใบหน้าจะค่อยๆ สลายตัว การเติมไขมันจึงช่วยเพิ่มปริมาณไขมันในจุดที่ขาดหาย ทำให้ใบหน้ากลับมาดูอิ่มฟูและเต่งตึงมากยิ่งขึ้น ลดริ้วรอยและร่องลึก:

Juvelook หัตถการยอดนิยม เติมเต็มผิวสวยจากภายใน

เมื่อเรามีอายุที่มากขึ้น แน่นอนว่ากลไกการสร้างคอลลาเจนที่ผิวนั้น ก็ลดลงตามไปด้วย ทำให้เราดูแก่และดูมีอายุตามไปด้วย การเติมและกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนให้กับผิว จึงกลายเป็นตัวช่วยที่ทำให้ผิวพรรณของเรากลับมาดูเปล่งปลั่ง อ่อนเยาว์ ดูอ่อนกว่าวัยได้อีกครั้ง และหนึ่งในหัตถการยอดนิยมที่หลายๆ คนเลือกก็คือการทำ Juvelook นั่นเอง Table of Contents Juvelook คืออะไร Juvelook หรือที่ใครหลายๆ คนคุ้นเคยกันในชื่อของ “ไหมน้ำ” (Hybrid Biostimulator) เป็นสารกระตุ้นคอลลาเจนชนิดหนึ่งที่ผสมระหว่าง Poly-D,L-lactic acid (PDLLA) ซึ่งเป็นสารกระตุ้นคอลลาเจน กับ กรดไฮยาลูโรนิก (Hyaluronic Acid: HA) ช่วยกระตุ้นคอลลาเจนใหม่ใต้ผิวหนัง ทำให้ผิวพรรณเต่งตึง กระชับ ดูอ่อนเยาว์อย่างเป็นธรรมชาติ หลักการทำงานของ Juvelook Juvelook เมื่อฉัดเข้าไปในผิวแล้ว จะเข้าไปช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้แก่ผิว ทำให้ผิวอิ่มน้ำ ดูฟู ดูสดใสขึ้นในทันที หลังจากนั้น PDLLA ใน Juvelook จะช่วยกระตุ้นการผลิตคอลลาเจนใหม่ใต้ผิว (Type I และ Type III)

ฉีดวิตามินผิว กับ ดริปวิตามินผิว ต่างกันอย่างไร อันตรายไหม กี่ครั้งเห็นผล อยู่ได้นานแค่ไหน

ปัจจุบันที่เราต้องเผชิญกับ การพักผ่อนที่ไม่เพียงพอ ก็ล้วนแล้วแต่ส่งผลกับสุขภาพผิวของเราแทบทั้งสิ้น อีกทั้งอาหารที่เรารับประทานในแต่ละวันก็อาจทำให้เราไม่ได้รับวิตามินในปริมาณที่เพียงพอต่อร่างกาย ก็อาจทำให้ผิวของเราหมองคล้ำ ดูไม่มีชีวิตชีวา การเสริมด้วยวิตามินเข้มข้น ก็จะช่วยให้ผิวพรรณเปล่งปลั่งขึ้นมาได้ Table of Contents ดริปวิตามิน (Vitamin Drip) คืออะไร การดริปวิตามิน (Vitamin Drip) ก็คือ วิธีการให้อาหารเสริมในรูปแบบวิตามินและแร่ธาตุผ่านทางหลอดเลือดดำ (Intravenous Therapy) โดยการผสมวิตามินเข้ากับน้ำเกลือ และส่งเข้าสู่กระแสเลือดโดยตรงผ่านสาย IV วิธีนี้ช่วยให้ร่างกายได้รับสารอาหารในปริมาณที่เข้มข้น และสามารถดูดซึมได้ทันทีโดยไม่ต้องผ่านกระบวนการย่อยในระบบทางเดินอาหาร อีกทั้งวิตามินที่ได้รับนั้น ยังมีปริมาณที่มากกว่า เมื่อเทียบกับการกินวิตามิน เพราะการกินวิตามินอาจถูกจำกัดหรือสูญเสียวิตามินบางส่วนไป ผ่านการดูดซึมของลำไส้ นอกจากนี้ การดริปวิตามินยังให้ผลลัพธ์ที่ชัดเจนและรวดเร็วกว่า ทำให้ร่างกายที่อ่อนล้านั้น ได้รับการฟื้นฟูได้อย่างรวดเร็วมากยิ่งขึ้น ฉีดวิตามินผิว กับ ดริปวิตามิน (Vitamin Drip) ต่างกันอย่างไร การฉีดวิตามินผิว และ ดริปวิตามิน (Vitamin Drip) นั้น ต่างก็มีจุดมุ่งหมายเดียวกันคือการฟื้นฟูและเพิ่มความเปล่งปลั่ง มีชีวิตชีวาให้แก่ให้ผิว แต่มีความแตกต่างในกระบวนการและผลลัพธ์ที่ได้ การฉีดวิตามินผิวจะเป็นการการฉีดวิตามินในปริมาณที่กำหนดเข้าสู่หลอดเลือดดำผ่านไซริงค์ โดยแพทย์จะเป็นผู้ทำการฉีดให้ ซึ่งต้องใช้ความชำนาญสูง ทำให้มีความเสี่ยงหากมีการผลักตัวยาเร็วเกินไป

Shopping Cart
Scroll to Top