13 วิธี เคล็ดลับหน้าใส ย้อนวัยเด็ก

เพียงแค่คุณเปลี่ยนกิจวัตรประจำวันเดิมๆ ก็ทำให้ดูเด็กกว่าอายุจริง มาเริ่มกันเลย!

  1. ประเทศไทยใครๆ ก็รู้ว่าแดดแรง! เพราะฉะนั้นอย่าลืมทาครีมกันแดดทุกวัน โดยเฉพาะแบบที่ป้องกันมลภาวะและมีส่วนผสมของสาร Antioxidant รวมถึงเลือก SPF ให้เหมาะสม
  2. ผมหนาทำให้ดูเด็ก หลีกเลี่ยงการทำสีผมอ่อนๆ บำรุงให้ผมสุขภาพดีอยู่เสมอ แต่หากมีปัญหาเรื่องผมร่วง ผมขาว อาจพบแพทย์เพื่อวินิจฉัยและดูแลเพิ่มเติม
  3. บำรุงผิวหน้าแล้วก็อย่าลืมผิวคอและมือ เวลาทาครีมก็ทาลงมาถึงคอด้วยรวมถึงพก Hand cream ติดกระเป๋าไว้ทาระหว่างวัน
  4. การล้างหน้าเป็นสิ่งที่สำคัญแต่ควร ล้างหน้าด้วยน้ำเย็นเพราะจะช่วยลดความบวมของหน้าแถมผิวยังรู้สึกกระชับ
  5. หลายคนอาจคิดว่าการกินไขมันไม่ใช่เรื่องที่ดีนักแต่การกินไขมันที่มีประโยชน์เช่น ไขมันในปลา ถั่วอโวคาโดหรือน้ำมันมะกอกจะช่วยทำให้ผิวมีน้ำมีนวลเหมือนวัยรุ่น ทั้งยังช่วยลดการอักเสบต่างๆที่ก่อให้เกิดความเสื่อมในร่างกายอีกด้วย
  6. ระบบขับถ่ายต้องเป๊ะ การขับถ่ายเป็นประจำทำให้ร่างกายไม่ต้องดูดซึมของเสียเก่าๆไปใช้ส่งผลให้ผิวดูสดใสขึ้น
  7. เปลี่ยนปลอกหมอน ปลอกหมอนที่เป็นผ้าซาตินหรือผ้าไหมจะนุ่มลื่นและไม่ตึงผิวหน้าให้เกิดริ้วรอย
  8. ทำการบ้านบ่อยๆ การมี sex life ที่ดีจะทำให้เราดูเด็กกว่าอายุจริงได้ 5-7 ปีเชียวนะ
  9. เราควรหากิจกรรมที่ ลดความเครียดเช่นทำกิจกรรมกับครอบครัว สังสรรค์กับเพื่อน เลี้ยงสัตว์ เล่นโยคะหรือฝึกสมาธิเป็นประจำนับเป็นยาคลายเครียดชั้นดี
  10. ถ้าเป็นไปได้ควรเลิกสูบบุหรี่ สารในบุหรี่ทำให้ออกซิเจนและเลือดหมุนเวียนได้ลำบากแถมยังเป็นตัวการทำลายคอลลาเจนและอีลาสตินของผิวอีกด้วย
  11. ใครๆก็อยากมีหุ่นที่ดีแต่ไม่ควรลดน้ำหนักแบบเร่งรัดเพราะจะทำให้ผิวปรับความยืดหยุ่นตามร่างกายไม่ทันและยังส่งผลต่อความเครียด
  12. ลดของหวาน อาหารที่น้ำตาลสูงจะส่งผลต่อการทำงานผิดปกติของคอลลาเจนและใยโปรตีนที่ผิวหนังทำให้เกิดริ้วรอยและจุดด่างดำ
  13. กาแฟถือเป็นสิ่งที่สำคัญกับชีวิตของคนทำงานในสมัยนี้แต่การที่เรากินกาแฟมากๆจะทำให้ร่างกายของเราได้รับคาเฟอีนที่มากเกินไปคาเฟอีนขับน้ำออกจากร่างกายส่งผลต่อผิวในเรื่องของผิวแห้ง ขาดน้ำ ดูมีริ้วรอย หากขาดกาแฟไม่ได้แนะนำให้ทานเป็นกาแฟดำแทน และไม่ควรเกิน 1-2 แก้วต่อวัน

แต่ถ้าอยากย้อนวัยเยาว์อย่างเร่งรัด ลองทำ hifu treatment ดูสิ แล้วคุณจะไม่ผิดหวัง

บทความที่เกี่ยวข้อง

เติมไขมัน หน้าเด็ก เสริมความอ่อนเยาว์ ย้อนวัยได้ทันตา

หนึ่งในหัตถการยอดนิยม ที่ช่วยให้ผู้ทำหัตถการมีใบหน้าที่ดูอ่อนเยาว์มากยิ่งขึ้น ตอบโจทย์ได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับผู้ที่มีอายุ หรือย่างเข้าสู่วัย 30 ปี ขึ้นไป ที่เริ่มรู้สึกว่าใบหน้าเริ่มมีความหย่อนคล้อย ผิวพรรณดูไม่เปล่งปลั่งดังเดิม คือ การเติมไขมันหน้า อีกหนึ่งเทคนิคที่น่าสนใจเป็นอย่างมาก Table of Contents การเติมไขมันคืออะไร? การเติมไขมันหน้าเด็ก (Fat Grafting / Fat Transfer) คือ กระบวนการนำไขมันส่วนเกินจากร่างกายของเราเอง เช่น จากบริเวณหน้าท้อง ต้นขา หรือสะโพก มา ฉีดเติมเต็มลงบนใบหน้า เพื่อช่วยแก้ปัญหาใบหน้าตอบ แก้มตอบ ร่องลึก หรือริ้วรอยที่ทำให้หน้าดูมีอายุ ให้ใบหน้ากลับมาดูอิ่มฟูและอ่อนเยาว์ขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ ทำไมการเติมไขมันช่วยให้หน้าเด็กลง? การเติมไขมันช่วยให้หน้าเด็กลงได้เพราะ เซลล์ไขมันมีคุณสมบัติในการเติมเต็มและฟื้นฟูผิว โดยตรง ซึ่งช่วยแก้ปัญหาที่ทำให้ใบหน้าดูมีอายุ เช่น ความหย่อนคล้อย ร่องลึก หรือความแบนของใบหน้า โดย เพิ่มความอิ่มฟูของผิว: ทำให้ใบหน้าดูมีมิติ ไม่ตอบหรือแบนเกินไป เมื่ออายุมากขึ้น ไขมันบนใบหน้าจะค่อยๆ สลายตัว การเติมไขมันจึงช่วยเพิ่มปริมาณไขมันในจุดที่ขาดหาย ทำให้ใบหน้ากลับมาดูอิ่มฟูและเต่งตึงมากยิ่งขึ้น ลดริ้วรอยและร่องลึก:

Juvelook หัตถการยอดนิยม เติมเต็มผิวสวยจากภายใน

เมื่อเรามีอายุที่มากขึ้น แน่นอนว่ากลไกการสร้างคอลลาเจนที่ผิวนั้น ก็ลดลงตามไปด้วย ทำให้เราดูแก่และดูมีอายุตามไปด้วย การเติมและกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนให้กับผิว จึงกลายเป็นตัวช่วยที่ทำให้ผิวพรรณของเรากลับมาดูเปล่งปลั่ง อ่อนเยาว์ ดูอ่อนกว่าวัยได้อีกครั้ง และหนึ่งในหัตถการยอดนิยมที่หลายๆ คนเลือกก็คือการทำ Juvelook นั่นเอง Table of Contents Juvelook คืออะไร Juvelook หรือที่ใครหลายๆ คนคุ้นเคยกันในชื่อของ “ไหมน้ำ” (Hybrid Biostimulator) เป็นสารกระตุ้นคอลลาเจนชนิดหนึ่งที่ผสมระหว่าง Poly-D,L-lactic acid (PDLLA) ซึ่งเป็นสารกระตุ้นคอลลาเจน กับ กรดไฮยาลูโรนิก (Hyaluronic Acid: HA) ช่วยกระตุ้นคอลลาเจนใหม่ใต้ผิวหนัง ทำให้ผิวพรรณเต่งตึง กระชับ ดูอ่อนเยาว์อย่างเป็นธรรมชาติ หลักการทำงานของ Juvelook Juvelook เมื่อฉัดเข้าไปในผิวแล้ว จะเข้าไปช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้แก่ผิว ทำให้ผิวอิ่มน้ำ ดูฟู ดูสดใสขึ้นในทันที หลังจากนั้น PDLLA ใน Juvelook จะช่วยกระตุ้นการผลิตคอลลาเจนใหม่ใต้ผิว (Type I และ Type III)

ฉีดวิตามินผิว กับ ดริปวิตามินผิว ต่างกันอย่างไร อันตรายไหม กี่ครั้งเห็นผล อยู่ได้นานแค่ไหน

ปัจจุบันที่เราต้องเผชิญกับ การพักผ่อนที่ไม่เพียงพอ ก็ล้วนแล้วแต่ส่งผลกับสุขภาพผิวของเราแทบทั้งสิ้น อีกทั้งอาหารที่เรารับประทานในแต่ละวันก็อาจทำให้เราไม่ได้รับวิตามินในปริมาณที่เพียงพอต่อร่างกาย ก็อาจทำให้ผิวของเราหมองคล้ำ ดูไม่มีชีวิตชีวา การเสริมด้วยวิตามินเข้มข้น ก็จะช่วยให้ผิวพรรณเปล่งปลั่งขึ้นมาได้ Table of Contents ดริปวิตามิน (Vitamin Drip) คืออะไร การดริปวิตามิน (Vitamin Drip) ก็คือ วิธีการให้อาหารเสริมในรูปแบบวิตามินและแร่ธาตุผ่านทางหลอดเลือดดำ (Intravenous Therapy) โดยการผสมวิตามินเข้ากับน้ำเกลือ และส่งเข้าสู่กระแสเลือดโดยตรงผ่านสาย IV วิธีนี้ช่วยให้ร่างกายได้รับสารอาหารในปริมาณที่เข้มข้น และสามารถดูดซึมได้ทันทีโดยไม่ต้องผ่านกระบวนการย่อยในระบบทางเดินอาหาร อีกทั้งวิตามินที่ได้รับนั้น ยังมีปริมาณที่มากกว่า เมื่อเทียบกับการกินวิตามิน เพราะการกินวิตามินอาจถูกจำกัดหรือสูญเสียวิตามินบางส่วนไป ผ่านการดูดซึมของลำไส้ นอกจากนี้ การดริปวิตามินยังให้ผลลัพธ์ที่ชัดเจนและรวดเร็วกว่า ทำให้ร่างกายที่อ่อนล้านั้น ได้รับการฟื้นฟูได้อย่างรวดเร็วมากยิ่งขึ้น ฉีดวิตามินผิว กับ ดริปวิตามิน (Vitamin Drip) ต่างกันอย่างไร การฉีดวิตามินผิว และ ดริปวิตามิน (Vitamin Drip) นั้น ต่างก็มีจุดมุ่งหมายเดียวกันคือการฟื้นฟูและเพิ่มความเปล่งปลั่ง มีชีวิตชีวาให้แก่ให้ผิว แต่มีความแตกต่างในกระบวนการและผลลัพธ์ที่ได้ การฉีดวิตามินผิวจะเป็นการการฉีดวิตามินในปริมาณที่กำหนดเข้าสู่หลอดเลือดดำผ่านไซริงค์ โดยแพทย์จะเป็นผู้ทำการฉีดให้ ซึ่งต้องใช้ความชำนาญสูง ทำให้มีความเสี่ยงหากมีการผลักตัวยาเร็วเกินไป

Shopping Cart
Scroll to Top